รีเซต

ผลการค้นหา “Love With Benefits” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ททท. จัดแคมเปญเที่ยวหน้าฝน LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ
อ่าน

ททท. จัดแคมเปญเที่ยวหน้าฝน LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ กระตุ้นกระแสเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วง Green Season ขนทัพดีลพิเศษและสิทธิประโยชน์ จากพันธมิตรชั้นนำทั่วประเทศ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ กิจกรรมท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ เพื่อชวนคนไทย ออกไปพักผ่อน เติมความสุข และสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวฤดูฝน ในมุมมองที่แตกต่าง หลังจากสร้างสีสันและกระแสเปิดตัวอย่างคึกคักผ่านแนวคิด ปักหมุดรัก.. คึกคักฤดูฝน พร้อมจัดกิจกรรม ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคนโสดไปแล้วนั้น ล่าสุดแคมเปญ LOVE Season ได้เร่งเครื่องสู่ช่วงสำคัญของการ กระตุ้นการตัดสินใจเดินทางและการใช้จ่าย โดยการรวบรวมข้อเสนอสุดคุ้มจากพันธมิตรหลากหลายกลุ่ม เพื่อ สร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางจริง และช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า LOVE Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ เป็นโครงการที่ ททท. มุ่งหวังให้คนไทยปรับมุมมองต่อการเที่ยวฤดูฝน จากช่วงเวลาที่หลายคน อาจมองข้าม ให้กลายเป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่สร้างความสุขได้ ไม่แพ้ฤดูอื่น โดย ในแคมเปญนี้เราเน้นการผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ช่วยให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจ ออกเดินทางได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มี รายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง Green Season สำหรับไฮไลต์สำคัญเป็นการผนึกกำลังของพันธมิตรภาคธุรกิจหลากหลายกลุ่ม อาทิ ธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank): แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ณ ร้านค้าพันธมิตรที่ร่วมรายการ และแลกใช้คะแนนสะสม Thank You Rewards เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป (รับเครดิตเงินคืน 20% สำหรับบัตรพินนาเคิล, บัตรอินฟินิท, บัตรผู้นำแพลทินัม และบัตรเครดิตท่องเที่ยว ธนาคารกรุงเทพ และรับเครดิตเงินคืน 12% สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ประเภทอื่น ๆ) Bonchon: รับส่วนลด 100 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ห่านคู่ (Double Goose): รับส่วนลด 20% (สูงสุด 200 บาท) เมื่อยอดซื้อครบ 500 บาทขึ้นไปต่อคำสั่งซื้อ dusitD2 Khao Yai: แพ็กเกจพักผ่อนสำหรับคู่รักท่ามกลางธรรมชาติ รับสิทธิ์อัปเกรดห้องพักฟรี (Complimentary Upgrade) จากห้อง Deluxe Room เป็นห้อง Deluxe Plus Room พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมากมาย Khao Yai Art Forest: เปิดประสบการณ์เสพงานศิลป์ท่ามกลางธรรมชาติ บัตรเข้าชมราคาพิเศษเพียง 350 บาท/ท่าน (จากราคาปกติ 500 บาท) และสิทธิพิเศษเมื่อเข้าชมเป็นคู่(ตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป) เหลือเพียงท่านละ 300 บาท สิ่งที่เราอยากเห็นจาก LOVE Season ไม่ใช่เพียงแค่การเกิดทริปท่องเที่ยวในช่วงแคมเปญ แต่คือการเปลี่ยน พฤติกรรมให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า หน้าฝนก็เที่ยวได้ พร้อมทั้งสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่า และได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งต่อรายได้ไปยังชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ ททท. ในการ ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยด้วยการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ทั้งกับนักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม นายอภิชัย กล่าวเพิ่มเติม ตลอดช่วง Green Season นี้ ททท. ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนออกไป เติมความสุขให้หัวใจในทุกทริป และค้นพบช่วงเวลาดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในฤดูฝน ติดตามรายละเอียดดีลและโปรโมชั่นพิเศษจากพันธมิตรได้ที่ Facebook Page: Love Season เที่ยวไทย หัวใจชุ่มฉ่ำ Instagram: Loveseason.official Website : https://rainyloveseason.com/ ตั้งแต่วันนี้ 31 สิงหาคม 2569 แล้วออกไปเที่ยว เติมความสุขให้หัวใจชุ่มฉ่ำไปด้วยกัน ====================

Let Me Love You With All My Heart
ดู

Let Me Love You With All My Heart

รับส่วนลด 15% สำหรับ Tempatch+ ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 15% สำหรับ Tempatch+ ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿24 ที่ ดูแล เฮลท์แคร์ ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 15% สำหรับ Tempatch+ สติ๊กเกอร์วัดอุณหภูมิ เงื่อนไข 1. โค้ดสามารถใช้ได้ภายในเดือนที่กดรับสิทธิเท่านั้น2. นำรหัสที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ไปแสดงที่หน้าร้าน หรือ สั่งซื้อสินค้าและแสดงรหัส ผ่าน LINE Official : @doolae เท่านั้น3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดที่ได้รับนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

รักนี้ลุงขอ
ดู

รักนี้ลุงขอ

รับส่วนลด 15% สำหรับ Optase ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 15% สำหรับ Optase ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿133.5 ที่ ดูแล เฮลท์แคร์ ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 15% สำหรับ Optase ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพตาและเปลือกตาชั้นนำจากยุโรป เงื่อนไข 1. โค้ดสามารถใช้ได้ภายในเดือนที่กดรับสิทธิเท่านั้น2. นำรหัสที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ไปแสดงที่หน้าร้าน หรือ สั่งซื้อสินค้าและแสดงรหัส ผ่าน LINE Official : @doolae เท่านั้น3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดที่ได้รับนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

WearToCare  ซีพีอาสา x มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เปลี่ยนทุกการสวมใส่ให้เป็นการส่งต่อโอกาส
อ่าน

WearToCare ซีพีอาสา x มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เปลี่ยนทุกการสวมใส่ให้เป็นการส่งต่อโอกาส

เพราะก่อนเด็กคนหนึ่งจะได้เติบโตตามความฝัน เขาอาจต้องก้าวผ่านการรักษาที่ยาวนาน และเผชิญความท้าทายที่ไม่ควรต้องเผชิญเพียงลำพัง ตลอดทุกวัน ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ต่างทุ่มเทดูแลผู้ป่วยเด็กอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พวกเขาได้รับโอกาสในการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความหวัง แต่การรักษาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องตรวจ กำลังใจ ความห่วงใย และพลังจากสังคม คืออีกแรงสำคัญที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่งก้าวเดินต่อไปได้ ทีมแพทย์รักษาเด็ก ๆ ส่วนพวกเราร่วมรักษาความหวัง ด้วยความเชื่อนี้ ซีพีอาสา จึงร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เปิดตัว WearToCare Bless You Collection นับเป็น ครั้งแรกของความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กร ที่เชิญชวนพนักงานเครือเจริญโภคภัณฑ์และประชาชน ร่วมเปลี่ยน การสวมใส่ ให้กลายเป็น การให้ ผ่านคอลเลกชันเสื้อยืดลิมิเต็ดที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพราะทุกการสวมใส่ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกเสื้อหนึ่งตัว แต่คือการร่วมส่งต่อกำลังใจ และสร้างโอกาสให้เด็กอีกคนได้ก้าวต่อไป WearToCare คือก้าวแรกของความร่วมมือระหว่าง ซีพีอาสา และ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อเดียวกันว่า การให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการมอบโอกาสให้ชีวิตได้เดินหน้าต่อ ซีพีอาสา เชื่อมพลังของพนักงาน องค์กร และสังคม ผ่านกิจกรรมที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ขณะที่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ทำหน้าที่สนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการรักษาและเติบโตอย่างเต็มศักยภาพเมื่อภารกิจของทั้งสององค์กรเดินไปด้วยกัน การรักษาจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงพยาบาล แต่ยังเกิดขึ้นผ่านหัวใจของผู้ให้ทุกคน WearToCare Bless You Collection ถ่ายทอดเรื่องราวของความอบอุ่น ความหวัง และกำลังใจ ทุกลวดลายได้รับแรงบันดาลใจจากความหวังที่อยากเห็นเด็กทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรง และสามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน มีให้เลือกทั้ง Adult Size Kid Size Family Size เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความหวังไปพร้อมกัน ทุกการสั่งซื้อ คือการส่งต่อโอกาส รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เพื่อสนับสนุนภารกิจในการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็ก และช่วยให้การรักษาสามารถดำเนินต่อไปได้ ทุกครั้งที่คุณเลือก WearToCare คุณไม่ได้เพียงเลือกเสื้อที่สวมใส่ แต่กำลังเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสให้เด็กคนหนึ่งได้มีรอยยิ้ม ได้รับกำลังใจ และมีอนาคตที่สดใสกว่าเดิม WearToCare ผลิตในรูปแบบ Made to Order ในราคา 590 บาท (เพื่อลดการผลิตเกินความจำเป็น ลดของเสีย และสนับสนุนแนวคิดการผลิตอย่างยั่งยืน ) พร้อมบรรจุใน Gift Box ดีไซน์พิเศษ ที่เปลี่ยนของขวัญธรรมดาให้กลายเป็นของขวัญที่เปี่ยมด้วยความหมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ WearToCare เพียง 5 ขั้นตอนง่าย ๆ สแกน QR Code หรือ คลิ๊ก https://lin.ee/pLIOaxW เลือกสีและขนาดเสื้อ สั่งจอง รอรับสินค้า สวมใส่ และร่วมส่งต่อโอกาสให้เด็กไทย

รับฟรีผลิตภัณฑ์ขนาดดีลักซ์จาก Elemis จำนวน 1 ชิ้น เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับฟรีผลิตภัณฑ์ขนาดดีลักซ์จาก Elemis จำนวน 1 ชิ้น เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿500 ที่ Elemis ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์ รับฟรีผลิตภัณฑ์ขนาดดีลักซ์จาก Elemis จำนวน 1 ชิ้น เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป เงื่อนไข 1.โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี 2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ ( Screenshot )3. ระยะเวลาการร่วมรายการ 1 กันยายน 2569 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น4. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์5. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี6. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ7. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้8. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

FOOL STEP ชวน "พี GOODMOOD" และ "โบนัส DE FLAMINGO" ร่วม Cover เพลง "ความรักทำให้คนตาบอด"
อ่าน

FOOL STEP ชวน "พี GOODMOOD" และ "โบนัส DE FLAMINGO" ร่วม Cover เพลง "ความรักทำให้คนตาบอด"

เดินหน้าต่อกับโปรเจกต์ Live Session FOOL STEP Spin-Off Session ชวน พี GOODMOOD และ โบนัส DE FLAMINGO มาร่วมถ่ายทอดเพลง ความรักทำให้คนตาบอด เพลงฮิตระดับตำนานของรุ่นพี่อย่าง bodyslam มาตีความใหม่ผ่าน 3 ศิลปินจาก genie New Gen ที่มีคาแรกเตอร์และสไตล์การร้องแตกต่างกัน ถ่ายทอด 3 มุมมอง 3 อารมณ์ แต่รวมอยู่ในเพลงเดียวกัน FOOL STEP Spin-Off Session เป็นโปรเจกต์ Live Session ที่นำเพลงมาเรียบเรียงใหม่ เพื่อถ่ายทอดเพลงในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยก่อนหน้านี้ได้ปล่อย หายไปไม่บอกลา (Acoustic Ver.) ที่เป็นการเล่นในรูปแบบ Acoustic และการร้องประสานเสียง (chior) ให้บทเพลงมีความลึกซึ้งมากขึ้น ก่อนต่อด้วย ลบเลือน (2026 Ver.) ซิงเกิลของ FOOL STEP ในปี 2020 ซึ่งถูกนำกลับมาเรียบเรียงใหม่ให้สะท้อนตัวตนและซาวด์ของวงในปัจจุบัน และครั้งนี้ FOOL STEP เลือกหยิบเพลง ความรักทำให้คนตาบอด ของ bodyslam มาตีความใหม่ พร้อมชวน พี GOODMOOD และ โบนัส DE FLAMINGO มาร่วมถ่ายทอดเพลงผ่านสไตล์ของแต่ละคน เติมมิติใหม่ให้กับเพลงที่หลายคนคุ้นเคย และสร้างสีสันให้กับ SPIN-OFF SESSION ในอีกหนึ่งรูปแบบ ติดตาม FOOL STEP Spin-Off Session ได้ที่ 1. หายไปไม่บอกลา (Acoustic Ver.) - FOOL STEP [Spin-Off Session] https://youtu.be/LscWGh-36Ow?si=PXjGN8kG-UShbaFd 2. ลบเลือน (2026 Ver.) - FOOL STEP [Spin-OFF Session] https://youtu.be/cuVqAZHE65w?si=_80HbXr_vCfGhhRV 3.ความรักทำให้คนตาบอด - FOOL STEP x P GOODMOOD BONUS DE FLAMINGO [Spin-Off Session] https://youtu.be/9CYHqkiqGp0?si=yVFEmSUm0mJzBuq-

ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดกิจกรรม AXTRA GREEN CHALLENGE นักล่าหาขยะ
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดกิจกรรม AXTRA GREEN CHALLENGE นักล่าหาขยะ

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ AXTRA Circular Impacts: รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน ชวนชาวกรุงเทพร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองน่าอยู่ผ่านกิจกรรม AXTRA GREEN CHALLENGE นักล่าหาขยะ เปลี่ยนการเก็บและคัดแยกขยะให้เป็นภารกิจสนุกที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ด้วยการแข่งขันสะสมคะแนนจากขยะที่เก็บได้ภายในพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด ชิงบัตรของขวัญรวมมูลค่า 10,500 บาท โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 06.00-10.00 น. ณ ลานตะวัน สวนลุมพินี สามารถรวมทีมเพื่อร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 21 สิงหาคม 2569 ผ่านทาง Google Form https://forms.gle/QT9JNrWrjvW2Pd5x7 หรือสแกน QR Code บนโปสเตอร์ โดยมีเงื่อนไขการเข้าแข่งขันดังนี้ รับสมัครเป็นทีม สมาชิกทีมละ 4 คน โดย 3 คนเป็นผู้แข่งขันล่าหาขยะ และ 1 คนเป็นผู้ถ่าย Live ผ่านช่องทาง Facebook แต่ละทีมต้องมีสมาชิกอายุ 18 ปีขึ้นไป อย่างน้อย 1 คน สมาชิกที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนสมัครเข้าแข่งขัน สมาชิกผู้ถ่าย Live ต้องมีบัญชี Facebook เป็นของตนเองและเปิด Live เป็นสาธารณะ สำหรับรางวัลจากการแข่งขันมีดังนี้ ทีมชนะเลิศ รับบัตรของขวัญมูลค่า 4,000 บาท ทีมอันดับที่ 2 รับบัตรของขวัญมูลค่า 3,000 บาท ทีมอันดับที่ 3 รับบัตรของขวัญมูลค่า 2,000 บาท รางวัลทีมแต่งกายแฟนซีรีไซเคิล รับบัตรของขวัญมูลค่า 1,500 บาท กิจกรรม AXTRA GREEN CHALLENGE นักล่าหาขยะ ภายใต้โครงการ AXTRA Circular Impacts: รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และสร้างความเข้าใจการจัดการขยะแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่กับการดูแลความสะอาดและทัศนียภาพของพื้นที่สาธารณะ ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการเชื่อมโยงความยั่งยืนจากระดับองค์กรสู่การลงมือทำของประชาชน ผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย สนุก และสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อเปลี่ยนเรื่องการจัดการขยะให้เป็นพฤติกรรมที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมร่วมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเมืองอย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถตรวจสอบเงื่อนไข รายละเอียด และการรับสมัครกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่าน https://www.facebook.com/cpaxtrathailand

ทรูแบล็ค รับ Garden Health Inspection และดูแลสวนเพิ่ม 2 เดือน เมื่อซื้อ Smart Garden ที่ร่วมรายการ ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ทรูแบล็ค รับ Garden Health Inspection และดูแลสวนเพิ่ม 2 เดือน เมื่อซื้อ Smart Garden ที่ร่วมรายการ ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูแบล็คใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับ Garden Health Inspection และดูแลสวนเพิ่ม 2 เดือนเมื่อซื้อ HUSQVARNA Automower หรือ Auto Gardening ที่ร่วมรายการ เงื่อนไข 1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

ลูกค้าทรู รับ E-Coupon Lotus 50 บาท เมื่อซื้อประกันภัยโรคมะเร็งซูปเปอร์เซฟทุกช่วงอายุ ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรู รับ E-Coupon Lotus 50 บาท เมื่อซื้อประกันภัยโรคมะเร็งซูปเปอร์เซฟทุกช่วงอายุ ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับ E-Coupon Lotus 50 บาท เมื่อซื้อประกันภัยโรคมะเร็งซูปเปอร์เซฟทุกช่วงอายุ เงื่อนไข 1. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์2. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี3. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ4. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้5. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

“อัพ ภูมิ” ส่งต่อความสุข มอบทุนการศึกษา-พัฒนาโรงเรียนกว่า 5 แสนบาท
อ่าน

“อัพ ภูมิ” ส่งต่อความสุข มอบทุนการศึกษา-พัฒนาโรงเรียนกว่า 5 แสนบาท

อัพ ภูมิ ส่งต่อความสุข มอบทุนการศึกษา-พัฒนาโรงเรียนกว่า 5 แสนบาท นอกจากจะสร้างความประทับใจผ่านผลงานซีรีส์กระแสแรง Love of Silom รักแห่งสีลม กันแล้ว ล่าสุดค่าย JUST UP ยังเดินหน้าสานต่อภารกิจแห่งการแบ่งปัน ผ่านโครงการ มอบความสุขแก่ชุมชน ครั้งที่ 6 โดยมีนักแสดงนำ อัพ ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง และ ภูมิ ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์ พร้อมทีมงาน ร่วมเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านโนนเพชร อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อส่งต่อกำลังใจและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ ในชุมชน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตั้งใจในการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาสถานศึกษา เพื่อให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของชุมชน ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ โดยงานนี้ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรและแฟนคลับที่ร่วมสนับสนุนกันเข้ามากว่า 500,000 บาท เพื่อนำไปปรับปรุงห้องเรียนระดับอนุบาล จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และสื่อการเรียนการสอน รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ขาดแคลน นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงอาหารกลางวันผ่าน Food Truck ที่เติมเต็มทั้งความอิ่มท้องและความสุขให้กับน้องๆ ตลอดทั้งวัน นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ดีๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการแบ่งปันที่สร้างทั้งรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความประทับใจของทั้งผู้ให้และผู้รับ

BAM สนับสนุนมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ“ร้อยใจ ร้อยดวงตา ผ่าต้อกระจก 100 ดวงตา”
อ่าน

BAM สนับสนุนมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ“ร้อยใจ ร้อยดวงตา ผ่าต้อกระจก 100 ดวงตา”

#ทันหุ้น-นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ และร่วมสนับสนุน โครงการตรวจสุขภาพตาเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา และครบรอบ 87 ปี มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ "ร้อยใจ ร้อยดวงตา ผ่าต้อกระจก 100 ดวงตา" โครงการดังลก่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจคัดกรองโรคต้อกระจก ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพดวงตา และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีภาวะต้อกระจกได้รับการผ่าตัดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นอีกครั้ง ลดข้อจำกัดในการดำรงชีวิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนการสนับสนุนโครงการในครั้งนี้มิใช่เพียงการมอบเงินสนับสนุน แต่เป็นการร่วมสร้างโอกาสให้ผู้ที่มีปัญหาทางการมองเห็นสามารถกลับมามองเห็นโลกอีกครั้ง เพราะการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขและการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิต และการสร้างสังคมแห่งโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม สะท้อนแนวความคิดที่BAMมุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม (Creating Shared Value)ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG)โดยเชื่อมั่นว่า “โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดี และทุกคนควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การพัฒนาศักยภาพ และการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีบนพื้นฐานของความเท่าเทียม อีกทั้งBAMจะยังคงมีนโยบายเดินหน้าสนับสนุนโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ

รับส่วนลด 10% วอลเปเปอร์ความรัก ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 10% วอลเปเปอร์ความรัก ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ ส่วนลด 10% วอลเปเปอร์ความรัก มูลค่า 199 บาท เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์ แจ้งใช้สิทธิ์ที่ LineID @horo1682. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของรางวัล3. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. ไม่สามารถใช้สิทธิ์ร่วมกับส่วนลดอื่นหรือโปรโมชั่นอื่นได้6. ไม่สามารถเปลี่ยนหรือคืนของรางวัลเป็นอย่างอื่นได้7. บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงวันเวลาและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

IVF ทุ่มงบ 140 ล้าน ถือหุ้นอีเทอร์นิตี้ 24%
อ่าน

IVF ทุ่มงบ 140 ล้าน ถือหุ้นอีเทอร์นิตี้ 24%

#IVF #ทันหุ้น – IVF ทุ่มงบไม่เกิน 140.4 ล้านบาท เข้าถือหุ้น 24% ใน ETERNITY คลินิกสุขภาพชายชั้นนำ ปักหมุดต่อยอดธุรกิจจาก Fertility สู่ Men's Health สร้าง New S-Curve ปลดล็อก Synergy ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ หนุนการเติบโตระยะยาว ยกระดับอาณาจักรสุขภาพครบวงจรนางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2569 มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนใน บริษัท อีเทอร์นิตี้ เฮลท์แคร์ 369 จำกัด หรือ ETERNITY  ผู้ดำเนินธุรกิจคลินิกเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยาและสุขภาพชาย (Men’s Health) โดยเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 24% ของทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 140.4 ล้านบาท@ต่อยอดธุรกิจการลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Inspire IVF ในการต่อยอดจากธุรกิจ Fertility สู่ธุรกิจสุขภาพเฉพาะทางที่เกี่ยวเนื่อง และเป็นการวางรากฐาน New S-Curve ภายใต้แนวคิด “Fertility Wellness Healthcare Ecosystem” เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) สุขภาพเชิงรุก (Longevity Wellness) และ Medical Tourism ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลกและประเทศไทยปัจจุบันการรักษาภาวะมีบุตรยากไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะสุขภาพของฝ่ายหญิงเท่านั้น แต่สุขภาพระบบสืบพันธุ์ของเพศชายก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน ETERNITY เป็นคลินิกเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะและสุขภาพชาย ซึ่งมีสาขาให้บริการแล้ว 6 แห่ง ครอบคลุม 5 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดภูเก็ต จึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจหลักของ Inspire IVF และสามารถสร้าง Synergy ได้อย่างมีนัยสำคัญบริษัทมองว่าความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรจะช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ตั้งแต่การวิเคราะห์สาเหตุภาวะมีบุตรยาก การดูแลสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย การวางแผนครอบครัว ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว ส่งผลให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเข้าลงทุนใน ETERNITY ยังเปิดโอกาสให้ Inspire IVF เข้าสู่ตลาด Men’s Health ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจสุขภาพที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ การตื่นตัวด้านสุขภาพของประชากรชาย และความต้องการบริการด้าน Wellness ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังการลงทุน Inspire IVF มีแผนร่วมกับทีมผู้บริหาร ETERNITY ในการยกระดับมาตรฐานการรักษา การบริหารจัดการ และการตลาดสู่ระดับสากล รวมถึงการส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อร่วมกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ สร้างการเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้แก่กิจการในระยะยาวอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือโอกาสในการสร้าง Revenue Synergy ผ่านการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วย (Referral Network) และการทำตลาดร่วมกันระหว่างทั้ง 2 องค์กร โดยผู้รับบริการของ Inspire IVF จะสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพชาย การฟื้นฟูสุขภาพ และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของ ETERNITY ได้อย่างครบวงจร ขณะที่ฐานลูกค้าของ ETERNITY จะสามารถเข้าถึงบริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ การวางแผนครอบครัว และเทคโนโลยีการรักษาของ Inspire IVF ได้มากยิ่งขึ้นความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ฐานลูกค้าร่วมกัน (Cross-Selling) ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพิ่มมูลค่าตลอดเส้นทางการดูแลสุขภาพของผู้รับบริการ (Healthcare Journey) และสร้างโอกาสการเติบโตของรายได้ในระยะยาวให้แก่ทั้ง 2 องค์กร นอกจากนั้น ยังเสริมศักยภาพในการขยายตลาด Medical Tourism ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ Inspire IVF โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานผู้ป่วยต่างชาติจากหลากหลายประเทศ รวมถึงการขยายเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคตะวันออกกลางผ่าน Dubai Hub ที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้านี้@สร้างผลตอบแทนในด้านการลงทุน บริษัทพิจารณาเข้าลงทุนภายใต้หลักการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว โดย ETERNITY เป็นกิจการที่มีศักยภาพการเติบโต มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีตามการขยายตัวของตลาดสุขภาพชายและบริการสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะสามารถสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการตามสัดส่วนการถือหุ้น และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทในอนาคตสำหรับโครงสร้างการลงทุน บริษัทจะเข้าถือหุ้นสามัญของ ETERNITY ในสัดส่วน 24% ของทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 140.4 ล้านบาท โดยใช้เงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้แจ้งต่อนักลงทุนและผู้ถือหุ้นไว้ก่อนหน้านี้ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการดำเนินงาน เนื่องจากยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและแผนการเติบโตในอนาคต

โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่”คว้า 5 รางวัลใหญ่ จาก 3 เวทีประกวดโฆษณาระดับโลก
อ่าน

โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่”คว้า 5 รางวัลใหญ่ จาก 3 เวทีประกวดโฆษณาระดับโลก

ไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความสำเร็จการเป็นต้นแบบโฆษณา Sadvertising ล่าสุดโฆษณา “รอยสักของแม่” คว้า 5 รางวัลจากเวทีสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ “ANDY Awards 2026” และ “New York Festivals Advertising Awards 2026 (NYF)” รวมถึง เวทีประกวดโฆษณาแห่งเอเชีย “Spikes Asia 2026”บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)ผู้บุกเบิกการสร้างแบรนด์ผ่านภาพยนตร์โฆษณา ภายใต้แนวคิดการตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรัก (Value of Life, Value of Love) ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแบรนด์ หรือ Brand Purpose ในการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม ด้วยการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะที่เข้าถึงใจผู้ชม หรือ Emotional Approach จนทำให้ภาพยนตร์โฆษณาไทยประกันชีวิตกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการจดจำ และได้รับการขนานนามจากกูรูด้านการตลาดให้เป็น Sadvertisingล่าสุดกับภาพยนตร์โฆษณาชุด“รอยสักของแม่: Unfading Love”สร้างสรรค์โดยเอเจนซี่ โอกิลวี่ ประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “ทำโซเชียลให้มีความหมาย” ที่ไทยประกันชีวิตเปิดตัวในปี 2568ภายใต้แนวคิด “ทำชีวิตให้มีความหมาย” โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต ความรัก การดูแลกันและกัน และทำให้ทุกวันของชีวิตดำเนินไปอย่างมีคุณค่าและมีความหมายที่สุดด้วยเนื้อหาของโฆษณาที่ถ่ายทอดมุมมองของสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้โฆษณาชุด “รอยสักของแม่” ได้รับรางวัล Winnerประเภท IDEAหนึ่งเดียวบนเวที ANDY Awards 2026และยังคว้ารางวัล Best of Region – Asiaอีกด้วยพร้อมรับอีก 2 รางวัลใหญ่ จากเวทีประกวดโฆษณาระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดNew York Festivals Advertising Awards 2026 (NYF)โดยเป็นรางวัลในระดับ Silverในหมวด Products Services - Corporate Image/Consumer Services/B2Bและระดับ BronzeในหมวดFINANCIAL: Consumer - Insuranceในขณะที่เวที Spikes Asia 2026อีกหนึ่งสุดยอดเวทีโฆษณาในการประกวดผลงานด้านความคิดสร้างสรรค์อันทรงเกียรติที่สุดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย “รอยสักของแม่” ได้รับรางวัลในระดับ Silverจากหมวด Entertainment – FICTION NON-FICTION FILMS UP TO 5 MINUTES“รอยสักของแม่”ถ่ายทอดเรื่องราวของแม่ที่เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์ แต่ยังคงพยายามจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับยาของลูกชายที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ด้วยการสักชื่อยาลงบนแขนของตนเอง เพื่อไม่ให้ลืมหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือการดูแลลูกที่เธอรัก เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนความรักที่ไร้เงื่อนไข และตอกย้ำว่าความหมายของชีวิตอาจไม่ได้อยู่ที่การมีชีวิตยืนยาว แต่อยู่ที่การได้ดูแลคนที่เรารักอย่างดีที่สุดในทุกวันที่ยังมีโอกาสที่ผ่านมาภาพยนตร์โฆษณาของไทยประกันชีวิตได้รับการการันตีความสำเร็จจากการได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลมากมาย อาทิ สถาบัน International Business Awards หรือ Stevie Awards 2023 ประเทศสหรัฐอเมริกา จากโฆษณาชุดเชื่อในความดี, รางวัล Cannes Lion Awards จากโฆษณาชุดแม่รู้อะไรบ้าง, รางวัล London International Awards (LIA)จากโฆษณาชุด Until We Meet Again รวมถึง การสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ในปี 2024จากโฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin”ที่สามารถคว้าถึง 12 รางวัล จาก 5 เวทีประกวดผลงานโฆษณาระดับโลกอย่าง CANNES LIONS 2024, DAD Awards 2024, ADFEST 2024, Spike Asia 2024 และ Clio Awards 2024ไทยประกันชีวิตมุ่งสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เพื่อส่งมอบและเติมเต็มคุณค่าให้กับผู้ชม สามารถติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาเรื่องอื่น ๆ ของไทยประกันชีวิต ได้ที่ YouTube Thailifechannel Playlist : The Original Sadvertising

ฮือฮา! PERSES เสิร์ฟโชว์สุดเดือด พร้อมชวนแฟน ๆ MOVE YOUR FIT ไปด้วยกัน
อ่าน

ฮือฮา! PERSES เสิร์ฟโชว์สุดเดือด พร้อมชวนแฟน ๆ MOVE YOUR FIT ไปด้วยกัน

หลังจากที่ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) สร้างกระแสฮือฮาด้วยการประกาศดึง 5 หนุ่มบอยกรุ๊ป T-POP สุดฮอตอย่าง PERSES กลับมาร่วมงานอีกครั้งในฐานะเซเลบริตี้ของแคมเปญ HUAWEI WATCH FIT 5 Series จนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ล่าสุด หัวเว่ยได้ต่อยอดความสนุกด้วยการจัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ HUAWEI WATCH FIT 5 Series MOVE YOUR FIT WITH PERSES ชวนแฟน ๆ มาร่วมขยับร่างกาย ปลดปล่อยพลัง และสร้างโมเมนต์สุดประทับใจร่วมกับศิลปินคนโปรด ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากเหล่า PIECES (พีซเซส) แฟนคลับของ PERSES ที่มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น เปิดเวทีระเบิดความมันส์สะกดสายตาด้วยการปรากฏตัวของ 5 หนุ่ม PERSES ท่ามกลางเสียงกรี๊ดต้อนรับดังกระหึ่ม ก่อนขนเพลงฮิตมาโชว์สเต็ปแดนซ์และพลังร้องแบบจัดเต็ม พร้อมร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟร่วมกับ HUAWEI WATCH FIT 5 Series จากนั้นทวีความเอ็กซ์คลูซีฟให้พุ่งทะยานกับกิจกรรม MOVE YOUR FIT Mission และไฮไลต์เด็ด HUAWEI WATCH FIT 5 Random Dance Challenge ที่ชวนแฟน ๆ มาร่วมชาเลนจ์สเต็ปแดนซ์ทำภารกิจสุดฟิตกับหนุ่ม ๆ บนเวทีอย่างใกล้ชิด ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยโมเมนต์สุดฟิน ทั้งการถ่ายภาพ Photo Benefit, Wefie Moment และ Hi-Bye Session แจกแฟนเซอร์วิสและรอยยิ้มอบอวล เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อบอวลไปด้วยพลังบวก ความสุข และความทรงจำดี ๆ ที่ทั้ง PERSES และแฟน ๆ จะจดจำไปอีกนาน ภายในงาน ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้สัมผัสประสบการณ์สมาร์ทวอทช์ HUAWEI WATCH FIT 5 Series ที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ที่รักการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างแอ็กทีฟ โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย พร้อมฟีเจอร์สุขภาพครบครัน อาทิ ระบบ HUAWEI TruSense System ที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพแบบรอบด้าน ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ และระดับความเครียด รวมถึงฟีเจอร์ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และการแจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วโดยใช้คลื่นชีพจร (PWAP) นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Emotional Wellbeing ที่ช่วยติดตามอารมณ์และความเครียดในแต่ละวัน รวมถึงโหมดออกกำลังกายที่หลากหลายและการออกกำลังกายสั้น ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้งานขยับร่างกายได้ทุกวัน พร้อมฟีเจอร์การชำระเงินผ่าน QR Code บนสมาร์ทวอทช์ร่วมกับ 7-Eleven ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน HUAWEI WATCH FIT 5 Series พร้อมให้ทุกคน MOVE YOUR FIT และสนุกกับการดูแลสุขภาพแล้ววันนี้ โดย HUAWEI WATCH FIT 5 Pro วางจำหน่ายในราคา 7,490 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีส้ม และสีขาว ส่วน HUAWEI WATCH FIT 5 ราคา 4,990 บาท มาพร้อม 5 สี ได้แก่ สีดำ สีเขียว สีเงิน สีม่วง และสีขาว พิเศษ! เมื่อซื้อตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2569 30 มิถุนายน 2569 รับสิทธิพิเศษและของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุด 2,024 บาท ได้แก่ HUAWEI FreeBuds SE 2 (จำนวนจำกัด), HUAWEI Health+ Membership ระยะเวลา 3 เดือน และสิทธิ์ซื้อ Watch Face Membership ระยะเวลา 1 เดือน ในราคาเพียง 1 บาท นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 รับส่วนลดเพิ่มทันที 500 บาท สำหรับสินค้าทุกรุ่นในซีรีส์ (ยกเว้น HUAWEI WATCH FIT 5 สีเงิน) ผ่านหน้าร้านออฟไลน์และผ่านเว็บไซต์ HUAWEI Store เท่านั้น ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดย HUAWEI WATCH FIT 5 Series วางจำหน่ายที่ HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop

มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อป–บีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์
อ่าน

มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อป–บีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์

รายการ WandOland เปิดมุมลึกซึ้งที่หลายคนไม่เคยเห็นของ ท๊อป จิรายุส ซีอีโอ Bitkub เมื่อเจ้าตัวยอมรับเบื้องหลังความสำเร็จคือความเหงาในแบบของผู้นำที่ต้องเป็นที่พึ่งให้คนรอบตัวแต่ในวันที่เหนื่อยกลับไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ขณะที่ บีม วลัญช์รัตน์ เปิดใจถึงช่วงเวลาที่เคยทุ่มเทซัปพอร์ตคนรักจนเกือบหลงลืมความฝันของตัวเอง ก่อนทั้งคู่จะค่อย ๆ เรียนรู้การรักษาความสัมพันธ์ จนถึงขั้น Workshop ให้เติบโตไปพร้อมกัน สู่รัก 8 ปีที่ยังเลือกกันในทุกวัน มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อปบีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์ ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกที่ไหน ? บีม : เจอกันครั้งแรกในงานที่เขาไปพูดค่ะ อยู่แถวที่โรงแรมเอราวัณ ซึ่งบีมก็สนใจพวกเรื่องลงทุนคริปโต ตอนนั้นมันใหม่มาก แล้วเราชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ก็เลยไปฟัง แล้วก็เจอเขา ท๊อป : ตอนผมเปิด Bitkub ใหม่ ๆ เลยครับ บีม : เพิ่งเปิด เหมือนตอนนั้นยังไม่ได้แนะนำตัวเลยว่าเป็น Founder Bitkub เป็นมา 7-8 ปีที่แล้ว ตอนที่บีมเห็น เขาพูดเก่ง แล้วก็ดูเป็นคนเก่ง แต่ตอนนั้นบีมอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษค่ะ เขาแนะนำตัวว่าจบจากที่นี่ ๆ เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ไปต่อคิวและถามคำถาม แต่บอกเขาว่าไม่ได้ถามเรื่อง Bitcoin เพราะอยากรู้เรื่องการเรียนต่อ เพราะตอนนั้นเราเพิ่งจบปริญญาตรี ท๊อป : แล้วผมพูดมาหลายเวทีมากครับ ทุกคนถามแต่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมพูด ผมพูดตั้ง 2-3 ชั่วโมง เรื่อง Blockchain มีคนนี้คนเดียวที่ถามเรื่องอื่นที่ไม่ใช่สิ่งที่ผมพูด แล้วเขาซุ่มอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้พอทุกคนถามหมดอยู่ดี ๆ ก็โผล่มาแล้วถามเรื่องการเรียนต่อ ผมจำได้แม่นเลยมีคนเดียว ไม่ถามอะไรเกี่ยวกับที่เราพูดเลย ตอนแรกที่เจอก็ดูก็น่ารักดีครับ แล้วสิ่งที่เขาพูดคืออยากจะเรียนต่อ เรามีไฟล์นี้อยู่ ผมตั้งใจทำ Personal statement มากตอนที่สมัครไปเรียนที่ Oxford มันต้องมี reference letter และ personal statement ซึ่งผมยังเก็บไฟล์นั้นไว้เลย แล้วคิดว่าเราจบมานานแล้ว ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เดี๋ยวส่งให้เขาดีกว่า เพราะสูตรของผมคือจะส่งให้ทุกคนที่อยากจะเข้าเรียนต่อ เพื่อช่วยเขาเพราะเราไม่ได้ใช้อะไรแล้ว เพราะฉะนั้นโมเมนต์แรกที่คิดคือมีไฟล์นั้นอยู่ก็เลยอยากจะส่งให้เขาเป็นตัวอย่าง บีม : แต่ว่าของบีม โมเมนต์แรกคือกลัวค่ะ เพราะตอนที่เข้าไปคุยกับเขาคือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าอยากได้เคล็ดลับว่าไปยังไง แต่สิ่งที่เขาถามกลับมาอันแรกเลยคือเขาหน้านิ่งมาก แล้วตอนที่เขาถามกลับมาว่า เกรดเท่าไหร่ แล้วหน้าไม่มีอารมณ์เลย ก็คิดว่าหรือเราไม่ควรถาม ตอนนั้นบีมไม่อยากคุยแล้ว ไม่อยากบอกว่าเราเป็นใคร คือขาแข็ง แต่ถอยไม่ได้แล้วค่ะ ท๊อป : เราก็ถามว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยนี้ใช่ไหม คุณก็ต้องมีเกรดที่ดี คุณต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง บีม : สุดท้ายเราก็ถอยค่ะ เดี๋ยวลองถามเคล็ดลับจากรุ่นพี่คนอื่นดีกว่า ท๊อป : ตอนนั้นขอ Contact ไว้แล้วครับ มีก่อนที่เขาจะถอย ขอเพื่อที่จะส่ง Personal statement ให้ที่มากกว่านั้นคือ มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เรียนด้วยกันที่ Oxford เขาจบเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ผมไปเรียนเศรษฐศาสตร์ ก็คิดว่าเราไม่ค่อยรู้ระบบไทย คนที่น่าจะแนะนำได้ดีกว่าจริง ๆ อาจจะเป็นเด็กไทยด้วยกันก็เลยนัดสร้างกลุ่มให้ Connection ให้ แต่บีมหายไปเลย ไม่ตอบ เราก็คิดว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอุตส่าห์นัดให้แล้วเดี๋ยวเราจะเสียหน้า เพราะบีมก็อยู่ในกลุ่มแต่เขาไม่ตอบ เราก็เลยต้องตามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหายไปเลย ก็เลยได้มีการติดต่อไปหลังจากนั้นครับ บีม : ตอนที่ผ่านไปสักพักแล้วเขาหา Contact แล้วเขาก็ติดต่อมาค่ะ ประมาณเป็นเดือน จากที่เราถามรู้สึกว่าคนนี้นิสัยดีมาก เหมือนเขายังจำได้และยังติดต่อเชื่อมต่อกลุ่มให้ค่ะ แต่ตอนนั้นเราก็กลัว ๆ นิดหนึ่ง ก็เลยไม่ได้ตอบไปสักพัก แต่พอเห็นแล้วว่าเขาตั้งกลุ่มก็เข้าไปตอบค่ะ แล้วเขาก็เหมือนมีติดตามเรื่องเรื่อย ๆ ประมาณนั้น เราก็รู้สึกว่าเขาดูเป็นคนดี ท๊อป : โมเมนต์แรกสำหรับผมที่เข้ากันคือ พาเขามาดูออฟฟิศ ตอนนั้น Bitkub ออฟฟิศเล็กมากครับ เป็นตอนเพิ่งเริ่มเปิดบริษัทใหม่ ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ไปทานข้าวกัน หลังจากดูออฟฟิศเสร็จก็ไปทานข้าวกันต่อครับ นั่นเป็นโมเมนต์ที่ได้คุยกันจริง ๆ ไม่ใช่ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นแบบ Face to Face จริง ๆ แล้วพอคุยกัน บางทีเคมีมันบอกไม่ได้ผ่านตัวหนังสือ แต่พอได้คุยกันจริง ๆ แล้วมันรู้สึกว่ามันเข้ากันได้ ก็คือโมเมนต์ที่ได้เจอกัน face to face จริง ๆ ได้นั่งทานข้าวกันจริง ๆ ส้มตำปูปลาร้า สร้างความประทับใจ ? ท๊อป : โมเมนต์ที่ประทับใจครั้งแรกคือ ชอบทานส้มตำปลาร้าทั้งคู่ และต้องใส่พริกเยอะ ๆ มาก ต่างคนต่างดูไม่เหมือนคนที่ชอบกินเผ็ดครับ บีม : ตอนแรกบีมก็ไม่คิดว่าจากภูมิหลังที่เขาอยู่เมืองนอกมานาน จะชอบกินส้มตำปลาร้าเหมือนกัน ซึ่งอันนี้เราก็ชอบกิน และตอนแข่งกินเผ็ดบีมชนะด้วยค่ะ ท๊อปมองเห็นอะไรในตัวบีม ? ท๊อป : เขาเป็นคนที่เสียสละเพราะเขาเป็นกองหลังใช่ไหมครับ พอผมตั้งเป้าหมายอะไร เขาก็ต้องสละสิ่งที่เคยเป็นตัวตนเขามาก่อนเพื่อที่จะปรับตัวเข้ากับเรา ยกตัวอย่างเรื่องการกิน เราไม่กินแป้ง ไม่กินน้ำตาล ไม่กินส้มตำปลาร้า ไม่กินเผ็ด ความผูกพันครั้งแรกที่เราชอบกันคือเพราะชอบพริกเหมือนกัน แต่พอผ่านมาระยะเวลา 7-8 ปีให้หลัง ทั้งสองคนไม่กินพริกเยอะขนาดนั้นแล้ว และไม่ได้กินส้มตำปลาร้าขนาดนั้นแล้วแต่ก็ยังอยู่กันได้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นโมเมนต์ที่ชอบกันครั้งแรก ต่างคนต่างเติบโตขึ้นทั้งคู่เพื่อที่จะอยู่ด้วยกันได้ครับ พอเราตั้งเป้าหมาย เขาก็เป็นคนที่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างของเขาทั้งหมด ทุกวันนี้เขายังไม่ได้ไปเรียนต่อเลยนะครับ เจอกันครั้งแรกเขาตั้งใจจะไปเรียน แต่ตอนนี้กลายเป็นคนซัพพอร์ตเราแทน เป้าหมายชีวิตเขาคืออยากไปเรียนต่างประเทศสักครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ยังไม่ได้ไปเรียนเลยครับ บีม : ยังอยากไปเรียนต่ออยู่ ก็คิดว่าถ้าตอนนี้เห็นว่าข้างหน้าเขาเริ่มมั่นคงระดับนี้แล้ว และข้างหลังเราก็เริ่มมีทีม มีการสร้างทีม มีเลขาฯ 10 คนแล้ว ระบบเริ่มมั่นคงขึ้น ก็เดี๋ยวลองหาช่องทางค่ะ เพราะสำหรับบีม อยากที่จะเติบโตขึ้นตลอดในทุกด้านค่ะ เป้าหมายในความสัมพันธ์ที่อยากให้ไปต่อ ? บีม : จริง ๆ ก็เยอะเลยค่ะ บีมพยายามจะสะท้อนความคิดของตัวเองและคุยกับเขาตลอด ถ้าโมเมนต์นี้เรายังต้องช่วยซัพพอร์ตเราก็จะทำให้เต็มที่ แต่เราก็คุยกับเขาเหมือนกันว่า บีมรู้สึกว่าต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่างบีมกับตัวเอง และบีมกับพี่ท๊อปให้ดีขึ้น เพราะมันจะมีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกว่าถ้าเปรียบเป็นวงกลม วงกลมของพี่ท๊อปกับวงกลมของบีม แล้วเราคอยซัพพอร์ตเขาเรื่อย ๆ จนมีระยะหนึ่งที่รู้สึกว่าพอมันมากเกินไป วงกลมมันทับกันสนิท มันทำให้บางทีความสัมพันธ์กับตัวเราเองหรือเป้าหมายของเราหายไปในบางช่วงเวลา เราก็เลยบอกเขาว่าเราอยากทำสิ่งนี้ 1 2 3 4 นะ เพื่อให้สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ระหว่างบีมกับตัวเองดีที่สุด และบีมก็เชื่อว่าในความสัมพันธ์ของทุกคน ถ้าความสัมพันธ์กับตัวเองดีและสุขภาพจิตดีที่สุด ความสัมพันธ์กับคนอื่นมันจะยิ่งดีและยิ่งส่งเสริมกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่บาลานซ์ มันอาจจะทำให้เราซัพพอร์ตเขาได้ไม่เต็มที่แล้วก็ได้ค่ะ ก็เคยมีช่วงเวลานั้นเหมือนกัน ท๊อป : เรามี session แบบนี้เลยนะครับ มีการจองตารางเวลาของผมไว้เลยว่าเขียนว่า Workshop เป็นระหว่างผมกับเขา ทั้ง ๆ ที่การอยู่ด้วยกันมันอาจจะเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก แต่เราต้องการช่วงเวลาที่เรามีสติรู้ตัวเพื่อมาออกแบบ มาล็อกเวลาช่วงหนึ่งเลย แล้วมาคุยกันในทุก ๆ เรื่อง มาเปิดใจ มาแชร์เป้าหมายของชีวิตกัน คุณคิดว่าลึก ๆ แล้วคู่ของคุณมีความกลัวอะไรที่ไม่ค่อยพูดออกมา? บีม : อาจจะกลัวเราเป็นอะไร เพราะว่าเขาจะเป็นคนที่กังวลมากคือเป็นห่วงมาก ไม่ค่อยให้ทำอะไรเท่าไหร่ กลับดึก อยู่ไหน คือปกติเขาก็ไม่ได้ค่อยได้คุยกันหรือไม่ได้ตาม แต่ถ้ามันรู้สึกว่าดึกแล้ว มันไปที่ที่อันตรายหรือเปล่า อย่าไปนะ อย่านั่งรถจักรยานยนต์ คือเขาจะห่วงความปลอดภัยมาก ๆ เป็นพิเศษค่ะ บีมว่าเขาอาจจะกลัวเราเป็นอะไร ท๊อป : คำถามนี้มันสะท้อนถึงความใส่ใจและความเหนียวแน่นของความสัมพันธ์ของกันและกัน ซึ่งฟังแล้วรู้สึกได้เลย บีม : งั้นขออีกอันหนึ่ง ถ้าเป็นตัวเขาเอง บีมมองว่าเขากลัวจัดการไม่ได้ เขากลัวเขาไม่เก่ง เพราะว่าหัวของเขาคือต้องแก้ปัญหาให้กับทุกคน เขารู้สึกว่าต้องเป็นที่พึ่งให้กับทุกคนรอบตัวให้ได้ ในความแข็งแกร่งจริง ๆ ข้างในเขา บีมว่าเขาก็คงเหนื่อย แต่การแสดงออกมาเขาต้องทำให้ได้ ต้องนำให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของในที่ทำงานเอง ฝั่งของครอบครัว หรือฝั่งของเราเองก็ตาม จริง ๆ คือรู้สึกว่าข้างในเขาก็น่าจะแบกเยอะ แต่อยากแสดงออกมาว่าต้องทำให้ได้ ท๊อป : ใช่ครับ ผมว่ามันเป็นความเหงา อีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่เหงาเพราะไม่ได้เจอคน มันเป็นความเหงาที่ผมว่ายังไม่มีใครแชร์ มันคือ the same level of psychological wound เหมือนกับเรา ที่เราเป็นช้างเท้าหน้าของทุกเรื่อง ทุกคนรอบตัวเราพึ่งเราหมดเลยนะครับ บริษัท 1,000 คน ครอบครัว ครอบครัวเราที่เป็นครอบครัวเราจริง ๆ เราก็เป็นช้างเท้าหน้าของความสัมพันธ์ ฝั่งครอบครัวเขา ฝั่งเขาเราก็เป็นอะไรไม่ได้ คือทุกคนพึ่งเรา มันก็จะเป็นความเหงาอีกแบบหนึ่ง แล้วใจเราล่ะ แล้วใครมาเป็นที่พึ่งของเรา และพอมีปัญหาหนัก ๆ ผ่านมาเรื่อย ๆ ผมว่ามันไม่มีใครเข้าใจ psychological wound ที่มันสะสม as a leader นะ มันก็เป็นความเหงาอีกแบบหนึ่ง แล้วเขาก็พูดถูกตรงที่ว่าก็เป็นห่วงเยอะมากเกินไปนะครับ ห้ามนู่นห้ามนี่ เดี๋ยวอันตราย เราอาจจะเวอร์ด้วยครับ แต่เหมือนเขาทำตัวเป็นเหมือนลูกวัวไม่กลัวเสือครับ ท๊อป : แล้วบีมเขาเป็นคนที่พูดออกมาครับ เขากลัวมากเลยนะ คือกลัวผมไม่รักเขา กลัวไม่ให้เวลาเขา ไม่สนใจเขา พูดตลอด รักเขาไหม บีม : ไม่ใช่ เพราะเขาไม่พูดไงคะ เขาไม่เคยบอกเลย เราก็เลยต้องถาม หลังจากที่ทะเลาะกัน อะไรคือช่วงเวลาหรือสัญญาณที่ทำให้คุณรู้ว่าเรายังเป็นทีมเดียวกัน? บีม : บีมก็จะบอกเขาว่า ทะเลาะกันมันเห็นต่างกันได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วอยากจะทำให้ดีขึ้นทั้งคู่ และการทะเลาะกันมันไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ว่าสุดท้ายแล้วถ้าเราเข้าใจกันมากขึ้นแล้วมันพร้อมปรับกันทั้งคู่ ยังไงมันก็จะอยู่กันไปได้ยาว ๆ ก็จะพยายามเหมือนบอกเขาว่าไม่ใช่ว่าเราไม่ดีนะ แต่แค่ค่อย ๆ คุยกัน เพื่อให้เรายังเหมือนเข้าใจกันมากขึ้น พอเราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็จะทำเหมือนทำให้การปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น พอปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น มันก็จะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็จะคอยบอกเขา reach out ไป บางทีก็อยากจะให้อารมณ์เขานิ่งก่อน เพราะเราก็รู้ว่าถ้าต่างคนต่างเอาอารมณ์มาคุยกันยังไงไม่เห็นผลอยู่แล้ว ก็มีบ้างที่หายกันไปทำให้แต่ละคนเย็นก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน แต่ว่าสุดท้ายแล้วจริง ๆ บีมพยายามจะปรับจูนกันให้เร็วที่สุดจะดีที่สุดไม่งั้นเดี๋ยวมันจะค้างไปหลายวัน ท๊อป : น้อยมากครับที่ค้าง แล้วส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนมาง้อ เร็วมาก แป๊บเดียว ทีมเดียวกันแน่นอน แป๊บเดียวมาแล้ว เป็นฝ่ายง้อตลอด พอเขามาง้อ มาอะไรอารมณ์เย็นลง ก็คุยกัน ก็คือชัดเจน คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=smD_bajeNjI

"ZENTYARB" ส่งซิงเกิลใหม่ "ยินดีให้บริการ" เสิร์ฟความคลั่งรักระดับโปรสุดพิเศษ
อ่าน

"ZENTYARB" ส่งซิงเกิลใหม่ "ยินดีให้บริการ" เสิร์ฟความคลั่งรักระดับโปรสุดพิเศษ

ปล่อยเพลงออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" แร็ปเปอร์หนุ่มมากความสามารถเจ้าของเพลงฮิตติดหูมากมาย ล่าสุดขอรับบทบาทใหม่สุดคิวท์ในฐานะพนักงานบริการสายซัพพอร์ต ผ่านซิงเกิลใหม่ "ยินดีให้บริการ" จากยูนิต bYOND ภายใต้การดูแลของ Believe Artist Services ที่จะมาเปลี่ยนวิธีการการตามจีบสาวแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นการดูแลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเพลงนี้อบอวลไปด้วยมวลความอบอุ่นและคลั่งรักแบบจัดเต็มที่อยากให้ทุกคนได้ลองฟังกัน สำหรับซิงเกิล "ยินดีให้บริการ" ถ่ายทอดมุมมองความรักของคนที่พร้อมดูแลคนรักในแบบสุดพิเศษ ดูแลอย่างดีในทุกระดับประทับใจ โดยเนื้อหาในเพลง "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" ได้เปรียบตัวเองเป็นเหมือนพนักงานบริการดีเด่นที่สแตนด์บายรอเทคแคร์คนสำคัญตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าไปจนถึงส่งเข้านอนในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นการโทรบอกฝันดี การจับมือเดินเคียงข้าง หรือการทำหน้าที่ไปรับไปส่งตรงเวลาไม่ต้องปล่อยให้รอ หรือบอกรักทุกวันจนเบื่อก็ทำได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดโรแมนติกว่า "ถ้าเป็นเรื่องของความรัก คุณมาถูกที่แล้ว" เพราะค่าบริการของร้านนี้แลกมาด้วยเงื่อนไขง่าย ๆ เพียงแค่ยอมเปิดใจให้เข้าไปดูแลก็พร้อมจะมอบความรักและความประทับใจระดับห้าดาวให้ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ซึ่งถือเป็นไอเดียการแต่งเพลงที่แปลกใหม่แต่เข้าถึงง่ายและถูกใจสายคนคลั่งรักแน่นอน ความพิเศษของเพลงนี้เต็มไปด้วยความทะเล้นและเป็นกันเองตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" โดยเฉพาะท่อนฮุคที่ฟังเพียงครั้งเดียวก็พร้อมจะติดหูได้ทันที โดย "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" ได้เปิดใจถึงการทำงานในซิงเกิลล่าสุดนี้ว่า "เพลงนี้ผมตั้งใจอยากให้เป็นเพลงที่ฟังแล้วมีความสุขครับ เหมือนเรานำเสนอตัวเองว่าเราพร้อมจะดูแลเขาเต็มที่ จะให้เรียก Babe หรือเรียกเตง หรือจะเรียกที่รักก็ได้หมด ผมแค่อยากให้คนทั้งโลกเห็นว่าผมรักเธอแค่ไหน และยินดีบริการให้เธอเป็นพิเศษคนเดียวครับ" นอกจากเนื้อหาสุดน่ารักแล้วในส่วนของพาร์ทดนตรีซิงเกิลนี้ยังคงโดดเด่นเป็นตัวตนของ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" อย่างชัดเจน ทั้งการเลือกใช้คำร้องที่เรียบง่าย และไลน์โฟลว์การแรปที่นุ่มละมุนผสมผสานเข้ากับบีทและจังหวะกรูฟที่ฟังสบาย ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานเพลงคุณภาพที่ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" ตั้งใจมอบให้แฟนเพลงทุกคน สามารถเข้าไปกดฟังเพื่อรับการบริการสุดประทับใจผ่านทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและสามารถเข้าไปรับชม Music Video ได้ทาง YouTube : ZENTYARB กันได้แล้ว

โบรกส่อง”คนละครึ่งพลัส” VS”ไทยช่วยไทยพลัส” หุ้นไหนรับผลดี
อ่าน

โบรกส่อง”คนละครึ่งพลัส” VS”ไทยช่วยไทยพลัส” หุ้นไหนรับผลดี

#ทันหุ้น-บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์เทียบโครงการคนละครึ่งพลัส กับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นโครงการที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้จ่ายในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ในระดับฐานรากอย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส มองว่า KTC และ SINGER รับผลดี ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัสคาดว่า TIDLOR รับผลดีทั้งนี้โครงการคนละครึ่งพลัส รัฐบาลจะสนับสนุนวงเงินค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการ โดยรัฐช่วยจ่าย 50% และผู้รับสิทธิต้องจ่ายเองอีก 50% ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง รัฐบาลจะช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/วัน โดยผู้ยื่นภาษีเงินได้จะได้เงินจากรัฐสูงสุด 2,400 บาทส่วนผู้ที่ไม่ได้ยื่นภาษีได้สิทธิ์ 2,000บาท โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ทงั้หมดประมาณ 20 ล้านคน โครงการนี่อยู่ในช่วง 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มเงินทุนจะได้ประโยชน์มากกว่ากลุ่มธนาคาร เนื่องจากสินเชื่อส่วนใหญ่ของกลุ่มเงินทุนนั้นเป็นสินเชื่อรายย่อย ซึ่งมีความอ่อนไหวกับสภาพคล่องทางการเงินมากกว่าสินเชื่อของกลุ่มธนาคารซึ่งมีสินเชื่อรายใหญ่ รวมไปถึงสินเชื่อ SME อยู่ด้วยฝ่ายวิจัยมองว่า KTC เป็นบริษัทที่มีสินเชื่อในช่วงคนนละครึ่งพลัสเติบโตมากที่สุด โดยเติบโตถึง 4.37% ในขณะที่ค่าเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้าสินเชื่อหดตัว 1.28% แต่ถ้ามองทางด้าน NPL พบว่า SINGER เป็นบริษัทที่ NPL ลดลงมากที่สุด โดยลดลงไปถึง 2.14% จาก 19.43% ลดลงเหลือ 17.30%**ไทยช่วยไทยพลัสขณะที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นโครงการในลักษณะเดียวกันกับคนละครึ่งพลัส แตกต่างกันในรายละเอียดบางอย่าง โดยไทยช่วยไทยพลัส จะมีวงเงิน 1,000 บาท/คน/เดือน หรือ 4,000 บาท โดยมีระยะเวลาใช้สทิธิ์ตงั้แต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 รัฐจะสนับสนุน 60% และประชาชนจ่าย 40% โดยวงเงินที่สูงกว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จำนวนมากกว่า รวมไปถึงเปอร์เซ็นต์ที่รัฐจ่ายให้มากกว่า ทำให้คาดว่าผลกระทบกับเศรษฐกิจจะมีมากกว่าโครงการคนละครึ่งพลัสฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มเงินทุนจะได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส นอกจากนี้ยังจะได้ประโยชน์จากการเปิดเทอม และการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ความต้องการสินเชื่อมีเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยไตรมาส 2 เป็นไตรมาสที่วันหยุดมาก อาจจะทำให้ NPL เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุน “ลงทุนเท่ากับตลาด” โดยเลือก TIDLOR (ราคาพื้นฐาน 22.90 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจากการได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสซึ่ง TIDLOR เป็ น 1 ใน 2 บริษัท นอกเหนือจาก SINGER ที่ทั้งสินเชื่อเติบโต และ NPL ลดลงจากโครงการคนละครึ่งพลัส นอกจากนี้TIDLOR จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ลดลง และมีความโดดเด่นทางด้านธุรกิจประกัน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยกระดับ แม็คโคร–โลตัสสู่ "พื้นที่แห่งความสุข" ชวนร่วมงาน "60 ยังแจ๋ว คลับ"
อ่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยกระดับ แม็คโคร–โลตัสสู่ "พื้นที่แห่งความสุข" ชวนร่วมงาน "60 ยังแจ๋ว คลับ"

แม็คโครโลตัส ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ เชิญชวนร่วมงาน 60 ยังแจ๋ว คลับ คอมมูนิตี้สำหรับ Active Seniors ที่เปิดพื้นที่แห่งความสุขให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านสุขภาพ เสริมรายได้ และความสุข ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 โลตัส สาขาบางนา พิเศษ! วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 พบ นีโน่-เมทนี บุรณศิริ ที่จะมาแชร์ประสบการณ์ 60 ยังเก๋า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและมีความสุขในทุกช่วงวัย นอกจากนี้ ภายในงานพบกับ ตลาดสุขใจวัยเก๋า ชม ชิม ช้อป สินค้าจากผู้สูงวัย, ตรวจสุขภาพฟรี, อบรม เถ้าแก่วัยเก๋า หัวข้อสูงวัยรู้เท่าทันสื่อออนไลน์, เวิร์กชอปทำยาดม, กิจกรรมทำอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมสนุกกับวงดนตรี และกิจกรรมลุ้นรับ Lotuss Gift Card ทุกวัน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกลุ่มเพื่อติดตามข่าวสารและร่วมกิจกรรมได้ที่ Line OA: @60plusclub (60 ยังแจ๋ว คลับ) และสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/makroHQ หรือ https://www.facebook.com/lotussth

BAM ผนึก กทม. หนุนข้าราชการมีบ้าน ชูโปรพิเศษงาน BKK Housing Expo
อ่าน

BAM ผนึก กทม. หนุนข้าราชการมีบ้าน ชูโปรพิเศษงาน BKK Housing Expo

#ท้นหุ้น - BAM ผู้นำธุรกิจ AMC เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มข้าราชการ จับมือกรุงเทพมหานคร (BKK) สนับสนุนการเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพ ผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ภายในงาน “BKK Housing Expo” ระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคมนี้ ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย -ญี่ปุ่น) ดินแดง พร้อมโปรโมชันพิเศษ จองเพียง 1,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ปีแรก ผ่อนเริ่มต้น 500 บาทต่อเดือน และไม่ต้องเช็คเครดิตบูโร วันนี้ (8 พ.ค. 69) ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ กรุงเทพมหานคร หรือ BKK โดย รศ.ดร.มณฑล จันทร์แจ่มใส ประธานกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของข้าราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคมดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กล่าวว่าภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ BAM ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Business Partnership อย่างต่อเนื่อง ผ่านการจับมือกับกลุ่มลูกค้าข้าราชการ ซึ่งจะช่วยต่อยอดทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้กับ BAM และลดระยะเวลาการถือครองทรัพย์สินรอการขาย สำหรับความร่วมมือกับ BKK จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขยายฐานลูกค้า เพิ่มช่องทางและยอดขายจากการจำหน่ายทรัพย์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า นอกจาการลงนามในครั้งนี้ BAM ยังได้ขนทรัพย์สินรอการขายจำนวน 21,000 รายการ มูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท ผ่านโครงการทรัพย์มหาชน พลัส เพื่อบ้านของข้าราชการ จำหน่ายในงาน “BKK Housing Expo” ระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคมนี้ ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย -ญี่ปุ่น) ดินแดง ในราคาทรัพย์ไม่เกิน5 ล้านบาท ซึ่งมีทำเลที่หลากหลายทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ยังมอบโปรโมชันให้กับข้าราชการของ BKK ได้แก่ จองเพียง 1,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ปีแรก ผ่อนเริ่มต้น 500 บาท/เดือน โดยไม่ต้องเช็คเครดิตบูโร รวมทั้งรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากสถาบันการเงินพันธมิตรสำหรับการลงนามในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวที่สำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจด้วยการผนึกความร่วมมือของทั้ง 2 องค์กร และในอนาคต BAM ยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปยังข้าราชการ รัฐวิสาหกิจอื่นๆ และพร้อมเดินหน้าในการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อให้ทรัพย์สินรอการขายไม่เพียงแต่กลับมามีมูลค่า แต่ยังกลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างโอกาสและผลตอบแทนให้กับทุกฝ่าย รวมทั้งมุ่งมั่นช่วยเหลือ 3,000 ครอบครัว ผ่านโครงการทรัพย์มหาชน พลัส ให้สามารถมีที่อยู่อาศัยจำนวนกว่า 10,000 คน เพื่อคนไทยทุกคนในการสร้างอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ผถห. SAFE จ่ายปันผล 0.41 บ./หุ้น ตั้งเป้าปี 69 เติบโต 10% รับดีมานด์ IVF ต่างชาติ
อ่าน

ผถห. SAFE จ่ายปันผล 0.41 บ./หุ้น ตั้งเป้าปี 69 เติบโต 10% รับดีมานด์ IVF ต่างชาติ

#SAFE #ทันหุ้น-นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในวันที่ 28 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.41 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 98.16% และมี Dividend Yield ที่ 6.8% กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569การจ่ายปันผลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจของทีมบริหาร ทำให้ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้การเติบโตที่ 10% เทียบปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยเชิงบวกจากธุรกิจหลักของ SAFE มีทิศทางเติบโตเพิ่มขึ้น จากภาพรวมอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในช่วงปี 2569-2567 และจากสถานการณ์ความไม่สงบของตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ลูกค้าที่เดิมใช้บริการทางตะวันออกกลางหันมาใช้บริการในไทยมากขึ้นทั้งนี้ ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากทางภาครัฐในการผลักดันร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม และกฎหมายอุ้มบุญที่เปิดโอกาสการสร้างครอบครัวในกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันรายได้การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดนอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี PGTseq-A ของ JUNO Genetic จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนเป็นที่แรกในประเทศไทย และ Exclusive เฉพาะบริษัทเท่านั้น โดยเทคโนโลยี PGTseq-A มีความแม่นยำสูงกว่า PGT-A แบบเดิม ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ พร้อมลดอัตราการแท้ง สะท้อนประสิทธิภาพในการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดียิ่งขึ้นสำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นโมเดลการสร้างพันธมิตร (Partner) กับโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐ ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะเข้าไปเพิ่มเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมถึงเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมแห่งใหม่ๆ ให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE กล่าวอีกว่า นอกจากการขยายการให้บริการและการหาพันธมิตรแล้ว บริษัทฯ ยังออกแคมเปญจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงดูดการใช้บริการ เช่น แพ็กเกจตรวจสุขภาพคู่รักก่อนแต่งงาน การฝากไข่เพื่อวางแผนการมีบุตรในอนาคต รวมถึงเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น และนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยดำเนินการในหลายด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งการบริหารจัดการ ลดความผิดพลาด และเพิ่มอัตราความสำเร็จให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม IVF ในระยะยาว

"อิงฟ้า-ชาล็อต" ถ่ายทอดความรู้สึกของ อาโป และ ชลลดา ผ่านเพลงประกอบซีรีส์ นทีร้อยเล่ห์
อ่าน

"อิงฟ้า-ชาล็อต" ถ่ายทอดความรู้สึกของ อาโป และ ชลลดา ผ่านเพลงประกอบซีรีส์ นทีร้อยเล่ห์

​เรื่องราวของ อาโป (อิงฟ้า วราหะ) และ ชลลดา (ชาล็อต ออสติน) ดำเนินไปอย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กับความรู้สึกของทั้งคู่ ที่ขึ้นๆลงๆ ด้านบอสอาโป ผู้ไม่เคยมีแฟนและมีความรักมาก่อน เริ่มเกิดความรู้สึกที่ค้านหัวใจตัวเอง ซึ่งทำให้อาโป ยากที่จะเข้าใจว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่ เพลง หรือนี่คือความรัก (Is This Love?) เพลงประกอบซีรีส์ นทีร้อยเล่ห์ จึงได้ อิงฟ้า วราหะ มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สึกของ อาโป ผ่านบทเพลงนี้ด้วยตัวเอง ด้วยน้ำเสียงหวานเท่ห์ของอิงฟ้าที่เล่าถึงความรู้สึกที่ อาโป ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อ ชลลดา เข้ามาในชีวิต กับอาการหวั่นไหว ใจเต้นแรงเมื่อได้อยู่ใกล้กัน คิดถึงทุกคืนวัน จนเกิดคำถามขึ้นมาว่า หรือนี่คือความรัก เพลงในสไตล์ ป๊อป อาร์ แอนด์ บี ช้าๆ ที่มีการผสมผสานเมโลดี้ของความเป็นเอเชี่ยนเข้าไป บวกกับสไตล์การร้องที่มีเอกลักษณ์ของ อิงฟ้า จึงทำให้เพลงนี้ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีความน่าสนใจ ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของ อาโป ได้เป็นอย่างดี ทางด้าน ชาล็อต ออสติน นั้น ก็ได้มาร้องเพลง โชคดีที่สุดเลย (Lucky Me) อีกหนึ่งเพลงประกอบ ซีรีส์ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของ ชลลดา ที่รู้สึกว่าตัวเธอเอง ไม่มีความสำคัญในสายตาของครอบครัว แต่เมื่อ ชลลดา ได้มาเจอกับ อาโป ก็กลับทำให้เธอรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จึงทำให้ ชลลดา รับรู้ได้ว่าการได้มาเจอกับ อาโป นั้น เป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดเลย ซึ่งสไตล์ของเพลงนี้ จะเป็นเพลงแนวป๊อป น่ารัก สดใส ฟังสบาย ในจังหวะมีเดียม ที่จะทำให้คนฟังยิ้มได้ และรู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจของ ชลลดา ที่มีต่อ อาโป ได้เป็นอย่างดี เรื่องราวของ อาโปและชลลดา จะพาหัวใจของทั้งคู่ไปทางไหน ติดตามชมได้ในซีรีส์ นทีร้อยเล่ห์ เรื่องที่สองของเมกะโปรเจกต์ซีรีส์ 4 Elements บ้านวาทินวณิช ผลงานจากค่าย นอร์ธ สตาร์ โปรดักชั่น ออกอากาศทาง ช่อง 7HD ทุกวันเสาร์เวลา 20.30 น ดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT เวลา 21.30 น. บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น ติดตามฟังเสียงร้องหวานเท่ห์ของ อิงฟ้า วราหะ และ เสียงร้องหวานใส ของ ชาล็อต ออสติน ได้ทุก Music Streaming และติดตามชม OFFICIAL MV. OST. นทีร้อยเล่ห์ ได้ทาง YouTube : NORTH STAR ENTERTAINMENT MV.เพลงหรือนี่คือความรัก (Is This Love?)https://youtu.be/abBL28Pd8lo?si=LXwyfag8GI1pNIma MV. เพลง LUCKY ME (โชคดีที่สุดเลย)https://youtu.be/zqFYE77Atys?si=Ce_YbNEYUSJDdSVB

"เจมส์ เรืองศักดิ์" เผยบทเรียนการเป็นภาวะมีบุตรยาก เล่าวันที่ชีวิตคู่เคยถึงจุดดิ่งสุด!
อ่าน

"เจมส์ เรืองศักดิ์" เผยบทเรียนการเป็นภาวะมีบุตรยาก เล่าวันที่ชีวิตคู่เคยถึงจุดดิ่งสุด!

ใครจะคิดว่า เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ วางแผนชีวิตครอบครัวละเอียดถึงขั้นลิสต์ทุกอย่างก่อนแต่งงาน เผยเบื้องลึกในรายการ MY DADDY James เล่าภาวะมีบุตรยากนานกว่า 1 ปีไม่สำเร็จ จุดที่หนักสุดคือวันที่ภรรยาแท้งครั้งแรก! เตือนผู้ชายกล้ามโตไม่ได้แปลว่ามีลูกง่าย รู้หน้าไม่รู้สเปิร์ม! และแนวคิดสำคัญคือการเป็น พ่อที่มีอยู่จริง เวลาของลูกแพงกว่าเวลาในชีวิต แนวคิดนี้จึงกลายเป็นสูตรความสัมพันธ์ที่ทำให้ทั้งครอบครัวเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง "เจมส์ เรืองศักดิ์" เผยบทเรียนการเป็นภาวะมีบุตรยาก เล่าวันที่ชีวิตคู่เคยถึงจุดดิ่งสุด! ย้อนกลับไปในวันที่ครอบครัวเจอภาวะการมีบุตรยาก ตอนนั้นยากง่ายแค่ไหน แล้วก็จัดการกับปัญหานี้ยังไง ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : คือเราก็เป็นคู่แต่งงาน เหมือนคู่ทั่วไปที่แบบคิดว่า พี่เจมส์ก็เป็นนักกีฬา เล่นกีฬา ตอนนั้นเล่นไตรกีฬา แข็งแรง ครูก้อยอยู่ในวัยเจริญพันธุ์เลย แล้วก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือว่าหน้าตาดีสวย ความเข้าใจของเราก็คือว่าผู้ชายก็แข็งแรง ผู้หญิงก็ดูดี ก็แต่งงานก็ต้องมีลูกเลยสิ แต่ตอนนั้นเราพยายามทำตามธรรมชาติ 6 เดือนก็ไม่ได้ 1 ปีก็ไม่ได้ พอได้ก็ไม่ติด ตอนนั้นพี่แต่งงานตอนอายุประมาณ 39 ครูก้อยตอนนั้นน่าจะ 30 กว่า ๆ ปีหนึ่งก็ไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้เลยก็ได้แต่ไม่ไปต่อ มันก็เกิดภาวะความรู้สึก ผู้หญิงจะเป็นมากกว่าเรา เขาจะรู้สึกดราม่า รู้สึกว่าฉันไม่มีคุณค่า ฉันไม่สามารถเป็นแม่ได้ ในขณะที่เขามองเห็นผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่อยู่ในวัยเดียวกัน หรือว่าเขามองดูคนอื่นๆ แล้วทำไมเขาถึงได้ มีชีวิตปกติได้ ทำไมเราถึงไม่ได้ ด้วยความที่แบบว่า ตอนนั้นยังไม่ใช่ "ครูก้อย Baby and Mom" คือไม่ใช่ครูก้อยที่มีความรู้เรื่องมีบุตรยาก ก็จะโทษตัวเอง หดหู่ ดำดิ่ง แล้วก็ถึงขนาดแบบว่าบางคืน วันที่จำได้เลย วันที่เขาไม่ได้ลูก แล้วก็มีลูกไม่ไปต่อ บางทีก็มีการเพ้อเลย แบบทำไมก้อยถึงเป็นอย่างงี้ ๆ ตอนนั้นคือลองทำธรรมชาติ และลองทำแบบวิทยาศาสตร์แล้วด้วย ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : ใช่ ตอนนั้นก็เบสิก ๆ ก่อน คือกระบวนการวิทยาศาสตร์มันจะเริ่มไล่จากกระบวนการที่เรียกว่า เป็นกระบวนการง่าย ๆ ก่อน อย่างขั้นตอนแรก ไปปรึกษาแพทย์ แพทย์แนะนำให้ไปนับวันก่อน ง่าย ๆ ที่สุดก่อน แล้วทำกันเองตามธรรมชาติ กับขั้นตอนที่ 2 เขาเรียก IUI ก็คือแค่การที่หมอนำอสุจิ แล้วก็นำไข่ของฝ่ายหญิง แล้วก็ผ่านหลอดทดลอง แล้วคุณหมอก็ผสมเข้าไปในระบบภายในของเพศหญิง เราก็ลองทำด้วยวิธีนี้แล้วก็ไม่ไปต่อ จนรู้สึกว่าบรรยากาศในชีวิตคู่ตอนนั้น มันกลายเป็นแบบมันดิ่ง แล้ววันที่แบบแย่ที่สุด ดิ่งที่สุด คือวันที่ครูก้อยแท้งครั้งแรก จำได้เลยว่าโทรมารับสายโทรศัพท์ แล้วเขาก็ร้องไห้แบบคนเหมือนคนประคองสติไม่อยู่ ถ้าอธิบายทางวิทยาศาสตร์ตอนนั้นก็คือ มันเป็น Natural Selection ก็คือธรรมชาติคัดสรรตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ออก ก็เป็นเรื่องปกติมาก ๆ แต่ความที่ไม่มีความรู้ตอนนั้น ก็คือก็เข้าใจว่าเป็นเพราะตัวเขา พอครูก้อยเป็นอย่างนั้น เราก็ลึก ๆ นะ ส่วนตัวก็คิดว่า หรือว่าจริง ๆ เขาดีอยู่แล้ว แล้วจริง ๆ เป็นที่เรา บรรยากาศมันเป็นอย่างงี้ มันเลยทำให้บรรยากาศของชีวิตคู่ตอนนั้น มันมีแต่ความรู้สึกมาคุ แต่เราด้วยความมันเป็นผู้ชาย เราก็ต้องพยายามประคับประคอง ไม่เป็นไร อยู่ 2 คนก็ได้ อะไรประมาณนี้ อันนั้นเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ในการที่ครูก้อยลุกขึ้นมาเรียนรู้ หาข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับการมีบุตร รวมไปถึงการมีบุตรยาก ก้อยก็เริ่มอ่านวิจัย ปรึกษากับคุณหมอ แล้วก็เริ่มไปเข้าอบรมสัมมนา เรื่องราวที่เกี่ยวกับ Fertility หรือเกี่ยวกับเรื่องของระบบการเจริญพันธุ์ต่าง ๆ เขาไปถึงขั้นนั้นเลยสุดทาง เพื่อจะให้รู้จริงกับเรื่องนี้ แล้วพอทำไปก็เริ่มรู้สึกว่า เข้าใจแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขามันคืออะไร ทำไมเขาถึงมีบุตรยาก แล้วเหตุการณ์ที่มีก้อนเนื้อก้อนเลือดไหลออกมามันคืออะไร พอเข้าใจตรงนั้นกลายเป็นครูก้อยอีกคนหนึ่งเลย แล้วเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตหรือว่าเปลี่ยนอะไรไหม ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : เปลี่ยนเยอะมาก พอเริ่มมีความเข้าใจจึงค้นพบว่า แท้จริงแล้วมันเกิดจากตัวเรา สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเลย มันต้องรู้ก่อนว่าปัญหาคืออะไร เกิดจากอะไร ปัญหาของฝ่ายหญิงหรือเปล่า หรือเป็นปัญหาของฝ่ายชายหรือเปล่า สิ่งที่ครูก้อยได้เจอในตอนนั้นก็คือคนมีความเข้าใจว่า มีเงินจ่าย ครบ จบแน่ สมมุติว่าเรามีปัญหาแล้วเราก็เดินเข้าไปหา อาจจะโรงพยาบาล หรือคลินิกมีบุตรยาก ฉันมีเงินนะ จ่ายปึ๊บ จะได้ลูกหรือเปล่า ไม่ใช่ ไม่มีโรงพยาบาลไหน หรือคลินิกอย่างไหน การันตี 100% ว่าการทำครั้งนั้น คุณจะได้ลูก 100% เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กระบวนการทางการแพทย์ คือ ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์นี่คือเป็นที่มาของคำว่า "คัมภีร์ครูก้อย" ตอนนั้น พอรู้แล้วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ผู้ชายอย่างเราจะรู้สึกอายถ้าเกิดว่ามีปัญหาเรื่องมีบุตรยาก ควรจะเปิดใจยังไง ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : จริง ๆ ทั้งชายทั้งหญิงที่มีความรู้สึกอย่างนั้น คนความเชื่อไทยเดิม ๆ บอกว่า เป็นสะใภ้ที่ไม่สมบูรณ์นะ หรือผู้ชายมันจะมีความเชื่ออันหนึ่งคำว่าไม่มีน้ำยา ความเชื่อนั้นในความรู้สึกผู้ชายเป็นความรู้สึกของความแบบต้อยต่ำ เราก็แข็งแรงทุกอย่างแต่ไม่มีน้ำยา ความรู้สึก 2 อย่างนี้ มันเลยทำให้หลาย ๆ คู่ที่มีบุตรยาก ไม่ค่อยอยากที่จะเปิดเผยเรื่องนี้สู่ครอบครัว เช่น การไม่เปิดเผยคือการไม่ไปตรวจนั่นเอง ฉันไม่ได้เป็นอย่างงั้นหรอกก็แข็งแรงดีทุกอย่าง ตรวจสุขภาพทุกครั้งก็แข็งแรงดีทุกอย่าง แท้จริงแล้วตรวจสุขภาพทุกครั้งไม่ได้ตรวจเรื่องนี้เลย มันก็เลยทำให้ปัญหาก็ยังไม่ถูกแก้ ยังไม่ถูกค้นพบ ยังไม่ถูกยอมรับว่าเป็นปัญหา อันนี้คือความเชื่อผิด ๆ ของผู้ชาย ดังนั้นผู้ชายถ้าสมมุติว่า เกณฑ์ของการมีบุตรยากคืออะไร คือถ้าอยู่ด้วยกันอย่างธรรมชาติแล้ว 6 เดือนหรือปีหนึ่ง ปฏิบัติกิจอย่างสม่ำเสมอเพียงพอแล้วไม่มีลูก แสดงว่าคุณเข้าข่าย สิ่งหนึ่งก็คือต้องยอมรับก่อนว่าคุณคือผู้มีโอกาสมีบุตรยาก เดินเข้าไปที่โรงพยาบาลตรวจเช็คสุขภาพเลย สุขภาพฝ่ายชาย สุขภาพฝ่ายหญิง จะเจอว่าปัญหาคืออะไรต้องยอมรับ เรียกว่าในยุคผมเขาจะบอกว่าอายุ 35-40 แก่ไปแล้วไม่มีลูกแล้ว มีมุมมองยังไงที่จะมาบอกเด็ก ๆ ว่ามันยังไม่ได้สายขนาดนั้น ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : คือต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า โลกปัจจุบันมันไม่เหมือนโลกสมัยก่อน เอาโลกยุค 90 ก็พอ ความยากของการสร้างครอบครัวสักครอบครัวหนึ่งในยุค 90 ก็ไม่ง่ายแล้วนะ มาถึงยุคนี้ ก็ยิ่งยากกว่าอีก สมมุติว่าคู่หนึ่งคิดจะแต่งงาน การตั้งตัวถึงขนาดเรียกได้ว่าสามารถที่จะเลี้ยงดูลูกได้ก็เป็นความคิดที่ยากที่เขาที่คิดว่าเขาจะมีลูกสักคน มันเลยทำให้เป็นความคิดที่รู้สึกกลัว กลัวว่าลูกออกมาแล้วจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดีพอ ตามที่พ่อแม่เลี้ยงเรามา หรือกลัวสภาวะที่เกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมปัจจุบันว่าน่ากลัวเหลือเกิน ซึ่งความกลัวเหล่านี้มันก็เลยทำให้คนหลีกเลี่ยงการจะมีลูก ก็อาจจะหาเหตุผลว่าโลกยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ ด้วยความคาดหวัง ด้วยเศรษฐกิจด้วย จนพอตัวเองพร้อมจริง ๆ อายุมันก็ล่วงเลยไปแล้ว ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : ใช่ ๆ แต่เจมส์เชื่อไหม ว่าสิ่งหนึ่งที่มันฝืนไม่ได้คือ พี่เรียกว่าเป็น A call of nature แล้วกัน มันเป็นเสียงเรียกจากธรรมชาติ คือ ธรรมชาติฉลาดมาก ฝังยีนนี้ให้กับมนุษย์ทุกคน ให้มนุษย์มีความรัก ให้มนุษย์มีความรู้สึกว่าฉันอยากมีทายาทเพื่ออะไร เพื่อให้มนุษย์โลกได้สืบพันธุ์ต่อ ๆ กันไป ไม่ให้มนุษย์สูญพันธุ์ ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มันอาจจะถูกปกคลุมโดยความคิด โดยแบบค่านิยมในยุคนั้น แต่สุดท้ายเวลาเราแก่ตัวขึ้นไป ค่านิยมมันจะค่อย ๆ หลุดออกไป แล้วความคิดจากธรรมชาติมันจะเรียกกลับมาอีก ยังไงสุดท้ายแล้วถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่ามันจะยากลำบากเพียงใด สุดท้ายมนุษย์จะไขว่คว้าที่จะมีลูกให้ได้พี่เชื่ออย่างนั้น คงไม่ไปบอกให้ทุกคนมีลูก แล้วมันคงไม่ใช่ คงไม่ขนาดนั้น แต่คงบอกว่าเปลี่ยนความคิดซะใหม่ดีกว่าว่าทำยังไงให้มันพร้อมดีกว่า ทำยังไงให้มันไปได้กับความโลกใบนี้ที่มันเปลี่ยนแปลง มีความน่ากลัว มันมีวิธี สำหรับ น้องเมดา วางแผนไหมว่าต้องห่างกันขนาดนี้ไหม ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : วางแผน คือเน้นคุณภาพในการมีมากกว่าจำนวน แล้วก็ความเร็ว เราอยากจะให้เด็กคนหนึ่งเกิดออกมาแล้ว เขาได้รับเวลา ได้รับความรัก อย่างมีคุณภาพที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ คือนิสัยส่วนตัวของพี่อย่างหนึ่ง พี่เป็นคนที่แบบรักความยั่งยืน เป็นคนที่แบบว่าทำอะไรแล้วชอบวางแผน ไม่ชอบอะไรที่ฉาบฉวย ก็เลยมีความคิดว่า ช่วงเวลา 6 ปี ของการห่างกันของเด็กคนหนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับพี่ กับการที่แบบเลี้ยงเขาแล้วให้เวลาคุณภาพกับเขาจริง ๆ แล้วคนที่ 2 ก็ค่อยมา วางแผนยังไงกับทั้งตัวเอง ครอบครัว สำหรับลูกที่กำลังจะเกิดมา และลูกที่เกิดมาแล้วตอนนั้นคิดเยอะไหม ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : พี่เป็นคนที่ไม่เคยคิดอยากจะมีครอบครัวเลย จริง ๆ คือพี่เป็นคนที่แบบว่ารักความสุขในชีวิต รักอิสระมาก ๆ แล้วช่วงชีวิตของการได้เป็นศิลปินในยุค 90 มันมีความสุขมาก มันมีอิสระในชีวิต มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นเยอะ มีความสุขมาก สำราญมาก ก็เลยมีความคิดว่าไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีครอบครัวเลยอยู่ไปแบบนี้ พี่ถึงแต่งงานอายุ 39 แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง อย่างที่บอกว่า A call of nature มันก็ดังขึ้นในใจว่าถึงวันแล้วที่ว่าเราจะต้องมีครอบครัว จะต้องมีใครสักคนเข้ามาในชีวิต ก็เป็นจังหวะพอดีที่เจอภรรยาด้วย เป็นจังหวะที่ดาว 7 ดวง มันโคจรมาพบกัน วันนั้นพี่ตัดสินใจเลยว่าถ้าพี่จะเลือกทางสำราญก็จงให้ไปให้สุดเลย แต่ถ้าพี่จะเลือกทางที่สร้างครอบครัวต้องไปให้สุดเหมือนกัน อยู่ดี ๆ ก็มีความรู้สึกว่าฉันจะสร้างครอบครัวที่มีความสุข พอได้โจทย์แบบนั้นมีภาพในหัวเลยว่า ภาพครอบครัวที่มีความสุขเป็นยังไง คือมันเหมือนวางแผนธุรกิจเหมือนกันนะ วางแผนลูกยังไง แล้วเป็นตามนั้นไหม ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : เรื่องของลูก ถ้าแต่งงานแล้วอยากมีลูก คุณจะต้องเป็น "พ่อที่มีอยู่จริง" คือต้องบอกอย่างงี้ว่า พ่อทุกคนรักลูกหมด พ่อที่ต้องออกไปตรากตรำทำงาน ไม่มีเวลาให้ลูกเลย เขาก็รักลูกนะ ไม่ใช่ไม่รัก แต่ด้วยความจำเป็น โน่นนี่ ๆ แต่ก็จะมีพ่ออีกแบบหนึ่งที่เขามีเวลาให้ ลูกลืมตามาก็เห็นพ่อ แล้วก็ให้เวลากับลูก อันนั้นคือสิ่งที่เด็กรับรู้ได้ คือให้เงินลูก มันเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่ว่าลูกรับรู้ไม่ได้นะเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะช่วง 3 ปีแรกเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดเขาจะรับรู้ได้ว่า เวลาเท่ากับรัก เพราะฉะนั้นพี่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ก็กลับไปสะท้อนแผนเรื่องของการแบบว่า ก่อนแต่งงาน ว่าพี่วางแผนชีวิตในเรื่องของการเงิน เพื่อที่จะมีเวลาให้กับลูก พอเรามีลูกแล้ว พี่เรียกว่าเป็นพ่อที่มีเวลาให้กับลูก เป็นพ่อที่มีอยู่จริง และก็อ่านนิทานให้ลูกฟังทุกคืน ไปรับไปส่งเขาได้ทุกวัน เราสร้างพ่อที่มีอยู่จริงนั่นหมายความว่า ลูกในอนาคตเราจะเป็นลักษณะไหน ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : เขาบอกว่าถ้าเมื่อไหร่พ่อมีอยู่จริง เสียงเล็ก ๆ ในหัวของลูก ก็จะได้ยินเสียงพ่อเวลาที่เขาจะไปทำสิ่งที่ไม่ดี เขาจะรู้สึกด้วยว่าไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียใจ กับลูกที่ไม่มีพ่อแม่ที่มีอยู่จริง เขาก็รู้สึกว่าชีวิตเขาก็จะโหวงเหวง ๆ เวลาทำอะไร มันเหมือนมันไม่มีสายใยเล็ก ๆ ที่มันแบบ สายใยที่มองไม่เห็นที่ยึดเขาไว้ เวลาที่เขาทำอะไรอาจจะขาดการยับยั้งชั่งใจ เพราะฉะนั้นพี่คิดว่า เวลาของพ่อแม่ที่ให้กับลูก ณ วันที่เป็นเด็ก มันจะเป็น Little Voice มันจะเป็นเสียงเล็ก ๆ ที่ทำให้ลูกมีความยับยั้งชั่งใจ ในการที่จะไปเดินก้าวในสิ่งที่ไม่ถูกต้องในอนาคตได้ สิ่งที่แพงที่สุดในโลกคือเวลาใช่ไหม เพราะมันซื้อกลับคืนไม่ได้ แต่สำหรับพี่สิ่งที่แพงกว่าเวลา คือ เวลาของลูกเพราะว่ามันย้อนไม่ได้ แล้วพอเราทำสิ่งนี้ได้เห็นผลหรือยัง ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : เห็นชัดเลย เมดาเป็นเด็กที่เขาเรียกว่าอะไร อยู่ในโหมดแบบว่า ความรักเหลือเฟือ พอความรักเหลือเฟือเขาไม่ต้องวิ่งไปมองหาความรักจากแบบอื่น ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเดินไปสังคมไหน จุดไหน ที่เขาบังคับให้ลูกทำไม่ดี หรือมีแนวโน้มว่าลูกจะต้องทำไม่ดีตาม เขาเดินหันหลังออกมาเลย เวลาเรามีลูกบางบ้านอาจจะมีปัญหา เพราะว่าภรรยาก็จะดูลูก สามีก็จะดูลูก แล้วภรรยากับสามีก็จะห่าง ๆ กัน ตอนนั้นเคยคิดวางแผนหรือว่าทำยังไงไหม ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : เชื่อไหมว่านี่คือหนึ่งในแผนเลยนะ 1 ในแผน ก่อนที่จะแต่งงาน คือ พี่กับภรรยานี่อาจจะบอกเว่อร์ก็เว่อร์นะ จังหวะก่อนที่จะจดทะเบียน มีการมานั่งเขียนกันเลย ลิสต์เป็นข้อ ๆ เลย ลิสต์ในเรื่องของการเงิน ลิสต์ในเรื่องของความสัมพันธ์ ลิสต์ในเรื่องของ บ้านฉันบ้านเธอ เพื่อนฉันเพื่อนเธอ พ่อแม่ฉันพ่อแม่เธอ และก็ลิสต์ในเรื่องของการมีลูกว่า เมื่อไหร่มีลูก ต้องอย่าทิ้งวัฒนธรรมของความเป็นแฟนกัน คือไม่ใช่แบบว่าเวลาฉันให้กับลูกหมด 100% ไม่ได้นะ เพราะว่าสุดท้ายแล้ว เราเป็นผู้เลี้ยงดูลูกใช่ไหม ถ้าพ่อแม่ไม่มีความสุข ลูกจะเอาความสุขที่ไหน เพราะฉะนั้น เราต้องอย่าลืมว่าความสัมพันธ์ตรงนั้น อันนี้พูดแบบไม่เขินเลยนะ ธรรมชาติมันสร้างเรื่องนี้ให้ เพื่อให้มนุษย์คู่รัก แสดงความรักกัน การได้สัมผัสกายซึ่งกันและกัน ได้ถ่ายทอดเรื่องนี้ซึ่งกันและกัน มันเป็นการแสดงว่า ฉัน เธอยังเป็นที่หนึ่งของฉันอยู่ มีคำแนะนำไหมเผื่อบ้านไหนกำลังมีปัญหากัน เพราะว่าภรรยามัวแต่ดูลูก แล้วสามีไม่เข้าใจ ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : กลับไปย้อนไปตอนวันก่อนแต่งงาน คือกลับไปที่เรื่องแผน ภาพเดียวกันหรือเปล่า ภาพปลายทางเดียวกันหรือเปล่า ปลายทางของพี่กับภรรยาคือปลายทางเดียวกัน คือ เห็นภาพลูกมีความสุข แล้วก็เห็นเรา 2 คนมีความสุข ในวัยแบบว่าที่เราแก่ชราแล้ว ถ้าภาพเดียวกันก็กลับมาดูว่านี่มันคือส่วนหนึ่งของ Action Plan ก็คือการที่เรายังต้องประคองความรักกันอยู่เหมือนเดิม แล้วพอเราถอยกลับมาเราก็จะเข้าใจแล้ว เพราะฉะนั้นพอเข้าใจก็จะไม่หงุดหงิดกัน น้องเมตตา กำลังจะคลอดแล้ว พี่เจมส์ได้บอก น้องเมดา ยังไงไหม ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : คือเขาอยู่ในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการแม่บำรุง ครูก้อยจะบำรุงตัวเอง เขาจะเป็นคนแบบว่า สมมุติว่าคุณแม่จะบำรุงโปรตีนเขาจะเป็นคนเชคโปรตีนให้คุณแม่ แล้วก็ถามว่าทำไม หนูอยากให้น้องแข็งแรง ตั้งแต่ขั้นตอนการบำรุง ขั้นตอนการไปหาหมอ ก็พาเข้าไปด้วย ขั้นตอนการไปอัลตราซาวด์ ขั้นตอนการไปตอนเอาตัวอ่อนมาใส่ อยู่ทุกขั้นตอนเลยนะ และก็อธิบายให้เขาเข้าใจว่า ตอนนี้เรากำลังทำอะไร น้องกำลังจะมาแล้ว เมื่อเขาอยู่ในทุกขั้นตอน เขาจะรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่ง สำคัญที่สุดเลยต้องอย่าทำให้คนโตรู้สึกว่า น้องออกมาแล้วเขาถูกแชร์ความรักไปลดความสำคัญไป เพราะฉะนั้นตอนนี้พี่จะเต็มที่กับเมดา ๆ แล้วก็ให้เขาอยู่ในขั้นตอน ทุกอย่างมันกลืน ๆ ไป ลูกที่เกิดจากกระบวนการวิทยาศาสตร์กับธรรมชาติ แตกต่างกันไหม ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : เผลอ ๆ จะดีกว่า จริง ๆ แล้วความเชื่อของคนโบราณ เด็กหลอดแก้ว เหมือนเป็นคนไม่ใช่ปกติ จริง ๆ ไม่เลยนะครับ เด็กหลอดแก้วก็เป็นไข่เป็นอสุจิแล้วผสมกันเหมือนกัน ปฏิสนธิเหมือนกัน เพียงแต่ว่าคุณหมอช่วยให้กระบวนการนั้นมันชัวร์มากยิ่งขึ้น แล้วก็คัดเลือกเอาตัวที่ดีที่สุด ไข่ใบที่ดีที่สุด มาเจอกัน แล้วก็ให้อยู่ในสภาวะควบคุม จนถึงขั้นตัวอ่อน ตัวอ่อนเติบโตมาจนเป็น Blastocyst Day 5 แล้วถึงเอาเข้าไปฝัง และก็ไปตรวจโครโมโซม เพราะฉะนั้นกระบวนการมันก็คือเหมือนธรรมชาติ เพราะฉะนั้นเด็กคนนั้นก็คือเด็กทั่วไป เลี้ยงได้ทั่วไป อยากให้ช่วยเล่าแรงบันดาลใจในการทำเพจ BabyandMom.co.th ที่ร่วมกับครูก้อย ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : แรงบันดาลใจของ BabyandMom ต้องเล่าอย่างงี้ว่า ปัจจุบัน BabyandMom มีผู้ติดตามประมาณสัก รวมทุกช่องทางน่าจะ 700,000 คน ได้ คือเป็นรวมเอาผู้ที่อยากมีลูก แล้วรวมถึงผู้มีบุตรยาก ที่อยากได้ความรู้ ข้อมูล จะในเรื่องของภาวะเจริญพันธุ์ที่ถูกต้อง ก็จะมารวมตัวกันที่นี่ และก็เริ่มมาจากหัวใจของการเป็นแม่ผู้มีบุตรยากของครูก้อย อย่างที่เล่าว่า ครูก้อยคือแม่ผู้มีบุตรยาก จนเข้าไปเจอปัญหานี้ด้วยตัวเอง เข้าใจความรู้สึก ความทุกข์ เข้าใจถึงรอยบาดแผลที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่ไม่มีลูกนะ แต่มันเป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันเกิดจากความแค่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะจากไม่รู้เป็นรู้ คือการต้องเรียนรู้ BabyandMom เลยเติบโตจากการที่เราเรียนรู้ แล้วก็ส่งต่อความรู้นี้ไปให้แม่ ๆ ที่ติดตามเพจเรา พอเราเริ่มเกิดสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า "คัมภีร์ครูก้อย" ขึ้นมา ซึ่งเดี๋ยวครูก้อยกำลังจะเขียนหนังสือขึ้นมา สำหรับผู้ชายบางคนดูแลตัวเองดีมาก แต่ว่าเราไม่มีทางรู้เลยว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของความล้มเหลวนั้นก็ได้ ผู้ชายอย่างเราควรดูแลตัวเองยังไง ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : จำคำพี่ไว้อย่างนะ "รู้หน้าไม่รู้สเปิร์ม" นี้เรื่องจริงเลย แข็งแรงกล้ามโต แต่ว่าสเปิร์มอ่อนแอเยอะ ต้องบอกอย่างงี้ว่าอันดับแรกก่อน ต้องมีความเข้าใจก่อนว่า ร่างกายของผู้ชาย สเปิร์มต้องดูผ่านทางกระบวนการทางการแพทย์ก่อน 3 เรื่องที่เราต้องดูนะครับ 1 จำนวน 2 การวิ่งว่าย 3 ก็คือคุณภาพ คือเราจะต้องมีการไปพบแพทย์เพื่อตรวจก่อน ตรวจก่อนว่าเรามีความผิดปกติทางด้านไหน คาดหวังอนาคตลูกเป็นยังไงบ้างหรือว่าอยากให้ลูกมีชีวิตในทิศทางไหน ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : คาดหวังสักแค่ 2 อย่าง ให้เขาปลอดภัย และมีความสุข พ่อแม่ก็เหมือนคนปลูกต้นไม้ ตั้งใจรดน้ำพรวนดิน ให้ต้นไม้มันโตแค่นั้นเอง ส่วนต้นไม้จะโตแตกไปทางไหน นี่เป็นเรื่องของต้นไม้ จงอย่าไปตอนบอนไซซะจนต้นไม้ไม่สามารถจะเติบโตไปในทางที่ต้นไม้ควรจะเป็นได้ เพราะฉะนั้นพี่เป็นคนที่เรามีความโชคดี เมดามีความโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง ตรงจุดที่ว่าเขามีโอกาสที่จะได้ลองทำในสิ่งที่เขาอยากทำทุกอย่าง พ่อแม่ทำเต็มที่ เพราะฉะนั้นพี่จะบอกลูกเสมอว่า จงใช้ข้อดีให้เป็นข้อดี ก็คือมีโอกาสเลือก ให้ทำก็ทำไป เพราะฉะนั้นพี่ก็จะไม่ได้ให้ลูกต้องเครียด เราจะสนับสนุนให้เขาเขียนให้ได้ อ่านให้ออก แล้วก็ยกมือตอบคำถามครู และก็มีความสุขกับการเรียน ไปเล่นทุกวัน เพราะฉะนั้นพี่ไม่คาดหวังเลย พี่ก็ให้โอกาสเขาเลือก สุดท้ายเขาจะไปทางไหน ชีวิตเขาเลย พี่เจมส์แชร์ประสบการณ์ความประทับใจในการเป็นคุณพ่อ ?เจมส์ เรืองศักดิ์ : เพื่อนพี่หลายคน เขาจะกำลังคิดว่า เขาอยากมีลูกไหม เขาจะถามพี่นะ มีลูกดีไหม พี่ก็พยายามหาคำตอบดี ๆ มาตอบไว้ว่ามีลูกดี ไม่มีลูกดี จนวันหนึ่ง พี่รู้สึกคิดได้ด้วยตัวเอง ว่า พอเรามีลูก เราค้นพบคำหนึ่ง คำว่า "รักแท้" คืออะไร รักแท้ ๆ เลยนะ ไม่นับเรากับแม่ พี่ว่าลูกกับเรา คือ "รักแท้" บางทีความรักระหว่างชายหญิง มันอาจจะเป็นรักของการปรุงแต่งก็ได้ แต่ความรักระหว่างสายเลือดของพ่อกับลูก หรือแม่กับลูก มันเป็นรักแท้อย่างไร้เงื่อนไขจริง ๆ ซึ่งคนไม่มีลูกไม่เข้าใจ มันเป็นความรู้สึกที่แบบว่า ไม่ว่าจะไปเจอประสบการณ์แบบไหน ก็ไม่เหมือนกับมีลูกของตัวเอง เลี้ยงหลานก็ไม่ใช่ เลี้ยงบุตรบุญธรรมก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นพี่จะบอกเพื่อนว่า ไม่รู้ว่ามีลูกดียังไง แต่ว่าความประทับใจที่สุดของการมีลูก คือพี่เจอรักแท้ สามารถติดตาม "My Daddy James" ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น. คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=1lWOnYKoP74 สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทางPodcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot , IG : lifedot.official ,TikTok : lifedot_official , Spotify : Lifedot_official

Rabbit Life เร่งเครื่องลุยโค้งสอง ส่งประกันสุขภาพเหมาจ่าย Health Smile
อ่าน

Rabbit Life เร่งเครื่องลุยโค้งสอง ส่งประกันสุขภาพเหมาจ่าย Health Smile

#Rabbit Life #ทันหุ้น Rabbit Life ชูแนวคิด “ป่วยแค่ไหนก็ยิ้มได้” กับ “Health Smile” ประกันสุขภาพเหมาจ่าย สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ที่มองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาว คุ้มครองสูงสุด 20 ล้านบาทต่อครั้ง และยังลดหย่อนภาษีได้ 25,000 บาทนายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่าหลายพื้นที่ของประเทศต้องเผชิญกับวันที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นเวลานานในแต่ละปี และค่าฝุ่นสามารถพุ่งสูงใกล้ระดับ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรส่งผลให้คนในเมืองต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ*ความเสี่ยงด้านสุขภาพคนเมืองอย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของมนุษย์เงินเดือนไม่ได้มีเพียงเรื่องคุณภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ทั้งการนั่งทำงานเป็นเวลานาน อาการออฟฟิศซินโดรม ความเครียด ไปจนถึงโรคทั่วไปอย่างไข้หวัดหรือโรคทางเดินอาหาร ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอาจนำไปสู่ภาระค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความซับซ้อนของความเสี่ยงด้านสุขภาพในยุคปัจจุบัน และเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กรในการดูแลพนักงานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ไม่ต่างจากสวัสดิการในด้านอื่น ๆดังนั้น แรบบิท ประกันชีวิต มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันประกันที่ยืดหยุ่น สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และการวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการนำเสนอแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย “Health Smile” ภายใต้คอนเซปต์ “ป่วยแค่ไหนก็ยิ้มได้”คอนเซปต์ดังกล่าว เข้ามาเติมเต็ม Employee Benefit ที่อาจยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างมั่นใจ พร้อมตอกย้ำบทบาทของบริษัทในการเป็นพาร์ตเนอร์ด้านการวางแผนชีวิตที่ช่วยให้คนทำงานสามารถบริหารความเสี่ยงและคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน*เสิร์ฟประกันสุขภาพเหมาจ่ายสำหรับแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย “Health Smile” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของคนทำงานยุคใหม่ ที่มองหาความคุ้มครองแบบยืดหยุ่นและครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาว โดยมีจุดเด่นด้านความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย ช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมออกแบบให้เข้าถึงง่ายและสามารถใช้ร่วมกับสวัสดิการขององค์กรได้อย่างลงตัว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และเพิ่มความมั่นใจในการเข้าถึงการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง*คุ้มครองสูงสุด20ล้านบาทคุ้มค่าด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 348 บาทต่อเดือน ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 20 ล้านบาทต่อครั้ง พร้อมสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันสูงสุด 25,000 บาทต่อปี ตอกย้ำความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในการวางแผนสุขภาพของคนทำงานยุคใหม่อย่างแท้จริง“แรบบิท ประกันชีวิต มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันประกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเรามุ่งให้ประกันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถบริหารความไม่แน่นอน วางแผนอนาคต และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน” นายกรณ์ กล่าวสรุป

(มี Demo) Landmine Girl เกม 18+ ใช้ชีวิตกับ "สาวกับระเบิด" ความรักอันหนักอึ้งที่พร้อมบึ้มได้ทุกวิ!
อ่าน

(มี Demo) Landmine Girl เกม 18+ ใช้ชีวิตกับ "สาวกับระเบิด" ความรักอันหนักอึ้งที่พร้อมบึ้มได้ทุกวิ!

หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ความรักที่ไม่ได้มีแค่ความหวาน แต่เต็มไปด้วยความระทึกใจและกดดันทางอารมณ์ Landmine Girl อาจจะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ! ตัวเกมจะพาคุณไปสัมผัสกับคำว่า "รักจนน่ากลัว" อย่างแท้จริง โดยเกมนี้มาในแนวผู้ใหญ่ 18+ ผสมผสานสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่จะพาคุณไปสวมบทบาทเป็นวิศวกรอัจฉริยะที่โชคชะตาเล่นตลกให้ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกับ "Luna" สาวน้อยที่ภายนอกดูน่ารักสดใส ทว่าแท้จริงแล้วเธอคือ "สาวจิไรเคย์" ที่มีความรักอันหนักอึ้งและนิสัยคลั่งรักแบบสุดโต่งระบบเกมเพลย์ของเกมนี้เรียกได้ว่าหยิบเอาอาชีพวิศวกรของตัวเอกมาใช้ได้อย่างมีกึ๋น เพราะคุณจะได้ใช้ทักษะการ "กู้ระเบิด" ผ่านมินิเกม Minesweeper สุดคลาสสิกในแทบทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการปั่นงานเขียนโค้ด การแฮ็กพาสเวิร์ดโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่การเลือกช้อยส์ตอบคำถามตอนออกเดตเพื่อเลี่ยงไม่ให้เธอระเบิดลงนอกจากนี้หัวใจสำคัญของการพิชิตใจสาวจิไรเคย์คือการ "หาข้อมูล" คุณต้องแอบส่องโซเชียลมีเดียของเธอเพื่อสืบหาประวัติในอดีต ความสัมพันธ์เก่า ๆ และไลฟ์สไตล์ของเธอ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการประคับประคองความสัมพันธ์ให้ราบรื่น พร้อมกับการใช้ชีวิตร่วมกันที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทั้งการพูดคุย ให้ของขวัญ และส่งข้อความหากันเพื่อเพิ่มค่าความรัก ซึ่งจะช่วยปลดล็อกฉากเซอร์วิสสุดใกล้ชิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในส่วนของตัวละครหลักอย่าง "Luna" เธอคือสาวน้อยที่รู้จักวิธีมัดใจผู้ชายเป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังความน่ารักเธอกลับมีความลับซ่อนอยู่มากมาย ยิ่งคุณใช้เวลากับเธอมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งค้นพบตัวตนที่แท้จริงและปมในใจที่เปราะบางเหมือนกับระเบิดเวลาของเธอแต่ยังไงก็ขอเตือนไว้ก่อนนะว่าเกม Landmine Girl มีการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับการปั่นประสาท (Manipulation) และความรักที่ยึดติดจนเกินพอดี ซึ่งอาจทำให้ผู้เล่นบางคนรู้สึกอึดอัดได้ ใครที่เป็นสายจิตแข็งและอยากลองท้าทายความสามารถในการกู้ใจสาวกับระเบิดก็ลองไปสัมผัสความรักอันตรายนี้ดูได้ดาวน์โหลด Demo เกม Landmine Girl ได้ที่